หาเงินเก่งแต่ไม่รวยสักที? | 4 ขั้นตอนจัดการเงินสไตล์ The Money Coach
เคยรู้สึกไหมว่าขยันทำงานแทบตาย แต่เรื่องการเงินกลับไม่ไปไหนสักที? หลายคนอาจจะเคยประสบปัญหานี้ หาเงินได้เยอะ แต่เงินกลับไม่เหลือเก็บ วันนี้เราจะมาเปิดเส้นทางจากความวุ่นวายทางการเงินไปสู่ความมั่งคั่ง ด้วย 4 ขั้นตอนจัดการเงินสไตล์ The Money Coach ที่ทำตามได้จริง เปลี่ยนความเชื่อเดิมๆ ที่ว่า “มีรายได้เยอะๆ เดี๋ยวก็รวยเอง” เพราะความรู้ทางการเงินต่างหากที่เป็นตัวตัดสิน
กับดักทางการเงิน: ทำไมหาเงินเก่งแต่ไม่รวย?
หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับความรู้สึกที่เหมือนกับว่าวิ่งเท่าไหร่ก็ย่ำอยู่กับที่ ทำงานหนักขึ้น แต่สถานะทางการเงินกลับไม่ดีขึ้นเลย ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า “รายจ่ายขยายตามรายได้” เมื่อเงินเดือนขึ้น เรามักจะอยากให้รางวัลตัวเอง ซื้อรถใหม่ บ้านหลังใหญ่ขึ้น หรือของที่เคยอยากได้ สุดท้ายเงินก็หมดไปอยู่ดี ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ว่าหาเงินได้เท่าไหร่ แต่มันอยู่ที่ระบบการจัดการเงินของเราต่างหาก
รายจ่ายขยายตามรายได้
เมื่อรายได้เพิ่มขึ้น ความต้องการใช้จ่ายก็มักจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทำให้เงินที่หามาได้หมดไปอย่างรวดเร็ว การตระหนักถึงกับดักนี้เป็นก้าวแรกที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาทางการเงิน
สำรวจสถานะการเงิน: จุดเริ่มต้นสู่ความมั่งคั่ง
ถึงเวลาส่องกระจกดูสถานะการเงินของตัวเองอย่างจริงจัง เพื่อหาจุดเริ่มต้นที่แท้จริงและวางแผนก้าวต่อไปได้อย่างถูกต้อง คำถามที่ทรงพลังที่สุดคือ “ชีวิตการงานของเราตอนนี้กำลังทำกำไร หรือว่ากำลังขาดทุนกันแน่?” คำตอบอาจซ่อนอยู่ในรายรับรายจ่ายของเรา
5 ขั้นตอนทำงบกำไรขาดทุนชีวิต
ลองมอง 5 ขั้นตอนนี้เหมือนกับการทำงบกำไรขาดทุนให้กับชีวิตตัวเอง มันจะช่วยให้เห็นภาพที่ชัดเจนว่าเงินไหลเข้ามาจากทางไหน และไหลออกไปที่ไหนบ้าง สุดท้ายเราจะเห็นตัวเลขจริงๆ เลยว่าในแต่ละเดือนเรากำลังเดินไปข้างหน้าหรือกำลังถอยหลังกันแน่
สินทรัพย์ vs หนี้สิน
ในเรื่องการเงินมีพลังอยู่แค่ 2 ขั้วเท่านั้น อย่างแรกคือ “สินทรัพย์” คืออะไรก็ได้ที่มันเติมเงินเข้ากระเป๋าเราเรื่อยๆ กับอีกขั้วนึงคือ “หนี้สิน” คืออะไรก็ตามที่มันคอยดูดเงินออกจากกระเป๋าเราไปเรื่อยๆ การเข้าใจความแตกต่างของ 2 อย่างนี้ให้ขาดคือจุดเปลี่ยนที่สำคัญมากๆ
สร้างกล้ามเนื้อทางการเงิน: 3 กลยุทธ์สู่ความแข็งแกร่ง
เมื่อตรวจร่างกายการเงินจนชัดเจนแล้ว ก็ถึงเวลาเข้าสู่โปรแกรมออกกำลังกายทางการเงิน ซึ่งเป็นกลยุทธ์ 3 ส่วนที่จะช่วยสร้างกล้ามเนื้อทางการเงินให้แข็งแกร่งขึ้น
การออมอัตโนมัติ
หลักการอาจจะฟังดูเรียบง่ายแต่ทรงพลังมาก เงินที่เรามองไม่เห็นคือเงินที่เราจะไม่ได้ใช้ กุญแจสำคัญคือการทำให้การออมมันเกิดขึ้นเองโดยที่เราแทบไม่ต้องไปคิดถึงมันเลย หัวใจของระบบนี้คือการเอาวินัยหรือว่าการตัดสินใจในแต่ละวันของเราออกจากสมการไปเลย ด้วยการทำตาม 3 ขั้นตอนนี้ เงินออมจะถูกหักเก็บไปก่อนที่เราจะมีโอกาสได้ใช้มันซะอีก ทำให้การออมใกล้เป็นเรื่องอัตโนมัติ
เปลี่ยนงบประมาณรายเดือนให้เป็นเป้าหมายรายวัน
อีกหนึ่งเทคนิคที่ดีมากๆ คือการเปลี่ยนงบประมาณรายเดือนที่มันดูกว้างๆ ให้กลายเป็นเป้าหมายรายวันที่มันจับต้องได้อย่างในตัวอย่างนี้ ถ้าเรามีงบสำหรับค่าใช้จ่ายผันแปรอย่างพวกค่ากาแฟ ค่าอาหารกลางวันสัก 9,000 บาทต่อเดือน ก็แค่หาร 30 วัน มันก็จะตกวันละ 300 บาท วิธีนี้มันทำให้เรารู้ตัวทันทีเลยในแต่ละวันว่า เฮ้ย! วันนี้เราใช้เงินเกินงบไปแล้วหรือยัง
ปลดหนี้: สโนว์บอลเทคนิค
ก่อนที่เราจะไปถึงแผนการปลดหนี้ เราต้องมาเช็คสัญญาณอันตรายพวกนี้กันก่อน ถ้ามีข้อไหนที่มันตรงกับสถานการณ์ของเราอยู่ นั่นอาจจะแปลว่าปัญหาหนี้สินของเราอยู่ในขั้นวิกฤตแล้ว และต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก
เช็คสัญญาณอันตราย
- จ่ายขั้นต่ำของบัตรเครดิต
- จ่ายหนี้ไม่ตรงเวลา
- มีหนี้สินมากกว่าสินทรัพย์
- เครียดเรื่องเงิน
- ไม่มีเงินเก็บ
เผชิญหน้ากับความจริง
ขั้นตอนแรกที่อาจจะน่ากลัวนิดนึงแต่สำคัญที่สุดคือการเผชิญหน้ากับความจริง นั่นคือการรวบรวมหนี้ทุกก้อนที่มีออกมาวางไว้ในที่เดียวกันให้หมด การทำแบบนี้จะทำให้เราเห็นภาพรวมของศัตรูทั้งหมด แล้วเราจะสามารถวางแผนรบได้อย่างมีกลยุทธ์มากขึ้น
กลยุทธ์สโนว์บอล
กลยุทธ์ปลดหนี้ที่เรียกว่า “สโนว์บอล” หลักการมันง่ายมาก คือเราจ่ายขั้นต่ำของหนี้ทุกตัวไปก่อนเพื่อรักษาสถานะไว้ แล้วทุ่มเงินที่เหลือทั้งหมดไปจัดการหนี้ก้อนที่เล็กที่สุดก่อนเลย พอหนี้ก้อนนั้นหมดไปปุ๊บ เราจะรู้สึกมีกำลังใจ มีโมเมนตัมขึ้นมาทันที จากนั้นก็นำเงินทั้งหมดที่เคยจ่ายหนี้ก้อนนั้นไปรวมพลังกับก้อนถัดไป เหมือนก้อนหิมะที่มันกลิ้งแล้วก็ใหญ่ขึ้นๆ เรื่อยๆ
วงจรแห่งความมั่งคั่ง: เปลี่ยนอนาคตทางการเงิน
เมื่อเราลงมือทำตามแผนทั้งหมดนี้อย่างจริงจังแล้ว มันจะเปลี่ยนเส้นทางอนาคตทางการเงินของเราไปตลอดกาลได้อย่างไร มาดูกัน
วงจรแห่งหนี้สิน vs วงจรแห่งความมั่งคั่ง
ท้ายที่สุดแล้ว ทุกอย่างมันสรุปได้เป็นภาพนี้เลย คือเรากำลังอยู่ใน “วงจรแห่งความมั่งคั่ง” ที่ใช้เงินไปต่อเงิน สร้างสินทรัพย์ที่ผลิตเงินให้เราแบบไม่รู้จบ หรือว่าเรากำลังติดอยู่ใน “วงจรแห่งหนี้สิน” ที่ทำงานหาเงินมาเพื่อจ่ายหนี้และค่าใช้จ่าย ซึ่งมันกลับสร้างหนี้สินเพิ่มขึ้นไปอีก ทางเลือกนี้แหละคือตัวกำหนดอนาคตของเราเลย เป้าหมายสูงสุดของการเดินทางครั้งนี้ก็คือการเปลี่ยนจากชีวิตที่ต้องใช้แรงงานไปแลกเงิน มาสู่ชีวิตที่สินทรัพย์ของเราทำงานสร้างเงินให้เรา มันคือการเปลี่ยนจากการแค่เอาตัวรอดไปวันๆ ไปสู่การสร้างอิสรภาพทางการเงินที่แท้จริง
คำถามมันอาจจะไม่ได้อยู่ที่ว่าเราจะเริ่มเมื่อไหร่ แต่อยู่ที่การตัดสินใจในวันนี้เลย ทุกครั้งที่เราใช้จ่ายเงิน มันคือการโหวตให้กับอนาคตทางการเงินของตัวเราเองว่า เรากำลังสร้างสินทรัพย์ที่จะให้อิสรภาพกับเรา หรือกำลังสร้างหนี้สินที่จะรั้งเราเอาไว้ ซึ่งคำตอบมันอยู่ในการกระทำของเรานับจากวินาทีนี้ไป
ปรึกษาการเงินฟรีกับผู้เชี่ยวชาญ คลิกเพื่อแอดไลน์
👉 คลิกที่นี่เพื่อแอดไลน์
แอดไลน์เพื่อรับสูตรการเงินดี ๆ ก่อนใคร 👇

Leave a Reply