สร้าง “พีระมิดทางการเงิน” ด้วย 4 ขั้นตอนง่ายๆ | เปลี่ยนเงินเก็บเป็นความมั่งคั่ง
การวางแผนการเงินอาจฟังดูเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับใครหลายคน แต่จริงๆ แล้วมีหลักการง่ายๆ ที่ซ่อนพลังมหาศาลอยู่ นั่นคือ “พีระมิดทางการเงิน” ซึ่งเป็นเหมือนพิมพ์เขียวที่จะช่วยให้คุณสร้างความมั่นคงทางการเงินและไปสู่ความมั่งคั่งในระยะยาว วันนี้เราจะมาค่อยๆ ก่อร่างสร้างพีระมิดนี้ไปด้วยกันทีละชั้น เพื่อให้คุณสามารถเปลี่ยนเงินเก็บของคุณให้งอกเงยและมีชีวิตหลังเกษียณที่สุขสบาย
ทำไมต้องวางแผนการเงิน?
คำถามที่หลายคนอาจมองข้าม แต่เป็นคำถามที่สำคัญมากสำหรับคนทำงานในยุคปัจจุบัน เรามีเวลาทำงานหาเงินเพียงประมาณ 40 ปีเท่านั้น แต่ต้องใช้ชีวิตต่อไปอีก 60 ปี หรืออาจจะมากกว่านั้น นี่คือเหตุผลสำคัญว่าทำไมการวางแผนการเงินจึงไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่มันคือสิ่งจำเป็นถ้าไม่อยากให้ชีวิตในบั้นปลายต้องลำบาก
ไทม์ไลน์ชีวิตทางการเงิน
ลองพิจารณาไทม์ไลน์ชีวิตทางการเงินของคุณดูสิครับ โดยทั่วไปแล้วเราจะเริ่มทำงานและมีรายได้ในช่วงอายุ 20 ปี และทำงานหาเงินไปเรื่อยๆ จนถึงประมาณ 60 ปี ซึ่งรวมแล้วก็คือ 40 ปีแห่งการสร้างรายได้ หลังจากอายุ 60 ปีไปแล้วจะเป็นช่วงเวลาของการใช้จ่ายเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งอาจจะยาวนานไปอีก 20 ปีหรือมากกว่านั้น เห็นภาพความท้าทายหรือยังครับ ช่วงเวลาหาเงินมันสั้นกว่าช่วงเวลาใช้เงินมาก นี่แหละคือสมการที่เราต้องแก้ให้ได้
สร้างรากฐานให้มั่นคง
ส่วนที่สำคัญที่สุดของสิ่งก่อสร้างทุกชนิดก็คือรากฐาน ถ้าฐานไม่แน่น ทุกอย่างที่สร้างขึ้นไปก็พร้อมจะพังลงมาได้เสมอ ในโลกการเงิน รากฐานที่ว่านี้คืออะไรกันแน่
เงินสำรองฉุกเฉิน
รากฐานทางการเงินที่แข็งแกร่งมีเสาหลักอยู่ 2 ต้น ต้นแรกคือเงินสำรองฉุกเฉิน เปรียบเสมือนตาข่ายนิรภัยที่ช่วยป้องกันเราเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ควรมีเก็บไว้ประมาณ 6 เท่าของค่าใช้จ่ายรายเดือน เก็บไว้ในที่ที่หยิบใช้ง่ายและมีความเสี่ยงต่ำ
การเข้าใจเรื่องสินเชื่อ
เสาต้นที่สองคือการเข้าใจเรื่องสินเชื่อ ต้องแยกให้ออกว่าหนี้แบบไหนคือเครื่องมือสร้างอนาคต และหนี้แบบไหนที่มันจะเผาเงินเราทิ้ง คำว่าหนี้ไม่ได้แปลว่าเลวร้ายเสมอไป มันมีทั้งสินเชื่อจำเป็นที่ช่วยสร้างอนาคต เช่น สินเชื่อบ้าน หรือสินเชื่อเพื่อการศึกษา กับอีกแบบคือสินเชื่อบริโภค เช่น บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งดอกเบี้ยสูงมาก กฎง่ายๆ คือ สินเชื่อจำเป็นใช้ได้แต่ต้องมีกลยุทธ์ ส่วนสินเชื่อบริโภคต้องระวังให้มากที่สุด เพราะมันคือตัวทำลายความมั่งคั่งชั้นดี
การออมเพื่อเป้าหมาย
เมื่อมีรากฐานที่มั่นคงแล้ว ก็ถึงเวลาสร้างส่วนแกนกลางของพีระมิดกันแล้วล่ะครับ ชั้นนี้คือส่วนของการออมเพื่อเป้าหมาย คือการเปลี่ยนเงินเก็บธรรมดาให้กลายเป็นความฝันที่เป็นจริงให้ได้
พอร์ต C: พอร์ตฉุกเฉิน
พอร์ต C คือพอร์ตฉุกเฉิน ซึ่งก็คือเงินสำรอง 6 เดือนที่เราได้กล่าวถึงไปแล้ว
พอร์ต B: บำนาญ
พอร์ต B คือพอร์ตบำนาญ เอาไว้ใช้ยาวๆ หลังอายุ 60 ปี
พอร์ต X: เป้าหมายระยะสั้น
พอร์ต X หรือ Extra สำหรับเป้าหมายระยะสั้นๆ เช่น ไปเที่ยว หรือเก็บเงินดาวน์รถ
พอร์ต A: การลงทุน
พอร์ต A หรือ Active สำหรับคนที่อยากลงทุนเสี่ยงขึ้นอีกหน่อย เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้น การแบ่งเงินออมออกเป็น 4 พอร์ตแบบนี้ จะช่วยให้เราไม่เผลอเอาเงินอนาคตมาใช้ในปัจจุบัน
ทำความเข้าใจเรื่องภาษี
ไม่ว่าเราจะสร้างพีระมิดขึ้นไปสูงแค่ไหน มันก็ต้องอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์อย่างหนึ่งเสมอ นั่นก็คือภาษี หลายคนได้ยินคำนี้แล้วอาจจะเบือนหน้าหนี แต่จริงๆ แล้วถ้าเราเปลี่ยนมุมมอง แทนที่จะมองว่าเป็นภาระ ให้มองว่ามันคือเกมที่มีกติกา ซึ่งถ้าเรารู้กติกา เราก็จะสามารถจัดการมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สูตรคำนวณภาษี
จริงๆ แล้วสูตรคำนวณภาษีมันง่ายนิดเดียวเองครับ คือเริ่มจากรายได้ทั้งหมดที่เรามี ลบด้วยค่าใช้จ่ายที่กฎหมายยอมให้หัก แล้วก็ลบอีกทีด้วยค่าลดหย่อนต่างๆ ที่เรามีสิทธิ์ใช้ ผลลัพธ์สุดท้ายที่ออกมาเราเรียกว่าเงินได้สุทธิ ซึ่งตัวเลขนี้แหละครับที่จะเป็นตัวบอกว่าเราต้องเสียภาษีเท่าไหร่
ค่าลดหย่อน
ตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้เราเสียภาษีน้อยลงอย่างถูกกฎหมายก็คือค่าลดหย่อน สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำงาน ก็จะมีค่าลดหย่อนพื้นฐานเลยคือ ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท ค่าใช้จ่ายแบบเหมาอีกสูงสุด 100,000 บาท เงินประกันสังคมที่เราจ่ายไปแล้ว รวมถึงเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือถ้าใครเลี้ยงดูคุณพ่อคุณแม่ที่อายุเกิน 60 ปี ก็ลดหย่อนได้อีก ไปจนถึงพวกเบี้ยประกัน หรือการลงทุนในกองทุนเพื่อการเกษียณอย่าง SSF และ RMF ซึ่งทั้งหมดนี้คือโอกาสให้เราเก็บเงินไว้กับตัวเองได้มากขึ้น
เครื่องมือสู่ความมั่งคั่ง
ในที่สุดเราก็เดินทางมาถึงส่วนยอดของพีระมิดกันแล้วครับ ชั้นนี้คือเรื่องของเครื่องมือสร้างความมั่งคั่ง เป็นเครื่องมือที่ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะเลยนะครับ สำหรับเป้าหมายที่สำคัญที่สุดในชีวิตของหลายๆ คน นั่นก็คือชีวิตหลังเกษียณที่สุขสบาย
บำนาญจากประกันสังคม
ถ้าเป็นพนักงานบริษัท โดยส่วนใหญ่แล้วจะมีเสาหลักในการสร้างเงินเกษียณอยู่ 3 ต้น ต้นแรกคือบำนาญจากประกันสังคม อันนี้เป็นฐานที่รัฐการันตีให้
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
ต้นที่สองคือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ที่เราออมส่วนหนึ่ง แล้วนายจ้างก็ช่วยสมทบให้อีกส่วนหนึ่ง
การลงทุนส่วนตัว (RMF/SSF)
ต้นที่สามคือการลงทุนส่วนตัว เช่น RMF และ SSF ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี และยังช่วยให้เงินของเราเติบโตไปพร้อมๆ กับการลงทุน
ดอกเบี้ยทบต้น
อย่าลืมพลังของดอกเบี้ยทบต้น ที่จะช่วยให้เงินของคุณเติบโตอย่างทวีคูณ
สูตรคำนวณเงินเกษียณ
ลองคำนวณเงินเกษียณที่คุณต้องการ โดยใช้สูตร: ค่าใช้จ่ายต่อเดือน x 240 x ตัวคูณเงินเฟ้อ
การสร้าง “พีระมิดทางการเงิน” ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด เพียงแค่คุณเริ่มต้นวางแผนการเงินอย่างจริงจัง ศึกษาข้อมูล และลงมือทำตามขั้นตอนต่างๆ ที่เราได้กล่าวมาข้างต้น คุณก็สามารถสร้างความมั่นคงทางการเงินและมีชีวิตหลังเกษียณที่สุขสบายได้
อย่ารอช้า! เริ่มต้นวางแผนการเงินของคุณตั้งแต่วันนี้ เพื่ออนาคตที่ดีกว่า
ปรึกษาการเงินฟรีกับผู้เชี่ยวชาญ คลิกเพื่อแอดไลน์
👉 คลิกที่นี่เพื่อแอดไลน์
แอดไลน์เพื่อรับสูตรการเงินดี ๆ ก่อนใคร 👇

Leave a Reply