Deprecated: Creation of dynamic property TwitterFeed\Builder\CTF_Feed_Builder::$ctf_sb_analytics is deprecated in /home/u763545322/domains/kanngongkanngoen.org/public_html/wp-content/plugins/custom-twitter-feeds/inc/Builder/CTF_Feed_Builder.php on line 23
ทำงานหนักขึ้น แต่จนลง? เปิดโปง "ภาษีที่มองไม่เห็น" ที่ฉุดรั้งเงินคุณ - kanngongkanngoen.org

ทำงานหนักขึ้น แต่จนลง? เปิดโปง “ภาษีที่มองไม่เห็น” ที่ฉุดรั้งเงินคุณ

ทำงานหนักขึ้น แต่จนลง? เปิดโปงกลไกลับ “ภาษีที่มองไม่เห็น” ที่ทำให้เงินของคุณหายไป

เคยรู้สึกไหมว่ายิ่งทำงานหนักขึ้นเท่าไหร่ ทำไมเงินในกระเป๋ากลับดูเหมือนจะน้อยลงเรื่อยๆ? หลายคนอาจเคยประสบปัญหานี้ แม้ว่ารายได้จะเพิ่มขึ้นทุกปี แต่ทำไมความรู้สึกทางการเงินกลับไม่ได้ดีขึ้นอย่างที่ควรจะเป็น? บทความนี้จะพาคุณไปเปิดโปงกลไกเบื้องหลังที่ซ่อนอยู่ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อเงินในกระเป๋าของคุณ นั่นคือ “ภาษีที่มองไม่เห็น” ที่คอยกัดกินมูลค่าเงินออมของคุณไปอย่างเงียบๆ

The money supply paradox: ความขัดแย้งของปริมาณเงิน

ก่อนที่เราจะเจาะลึกถึง “ภาษีที่มองไม่เห็น” เรามาทำความเข้าใจถึงความขัดแย้งของปริมาณเงินกันก่อน

เงินคืออะไร?

เงินที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้คืออะไรกันแน่? บางทีมันอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เราเข้าใจกันมาตลอดก็ได้ ลองนึกภาพตามว่าสกุลเงินทั้งหมดเปรียบเสมือนคนที่กระโดดลงมาจากเครื่องบินพร้อมๆ กัน ทุกคนกำลังร่วงหล่นลงมาหมด บางสกุลเงินที่เราเห็นว่าแข็งค่า จริงๆ แล้วมันอาจจะแค่ร่วงช้ากว่าคนอื่นก็เท่านั้นเอง แต่สุดท้ายแล้วทุกสกุลเงินกำลังสูญเสียมูลค่า หรือก็คือกำลังซื้อของเรามันลดลงเรื่อยๆ มันเหมือนการแข่งขันที่ไม่มีใครชนะ มีแต่คนที่แพ้ช้ากว่าคนอื่น

เงิน Fiat คืออะไร?

เพื่อที่จะเข้าใจว่าทำไมเงินถึงมีแต่จะด้อยค่าลง เราต้องย้อนกลับไปดูที่ต้นตอว่าเงินที่เราใช้ๆ กันอยู่ทุกวันนี้มันถูกสร้างขึ้นมาอย่างไรกันแน่ คำตอบอยู่ที่คำว่า Fiat Money หรือเงิน Fiat ในสมัยก่อนเงินจะมีทองคำหนุนหลังอยู่ แต่เงินที่เราใช้กันทุกวันนี้มันไม่มีอะไรหนุนหลังเลย มันมีค่าขึ้นมาได้ก็เพราะว่ารัฐบาลสั่งให้มันมีค่าแค่นั้นเอง

เงินเฟ้อ: ภาษีที่เรามองไม่เห็น

การเปลี่ยนแปลงง่ายๆ แค่นี้แหละที่ส่งผลกระทบกับความมั่งคั่งของพวกเราแบบมหาศาล

เงินถูกสร้างขึ้นมาได้อย่างไร?

อำนาจในการสร้างเงินทั้งหมดได้ไปอยู่ในมือของธนาคารกลางและธนาคารพาณิชย์ นี่แหละคือจุดที่เปลี่ยนเกมไปโดยสิ้นเชิง ลองนึกภาพตาม เวลาเราเดินไปขอกู้เงินที่ธนาคาร ธนาคารเขาไม่ได้ไปขายตู้เซฟแล้วเอาเงินสดมาให้เรา สิ่งที่เขาทำคือเขาแค่พิมพ์ตัวเลขยอดเงินกู้เข้าไปในบัญชีของเราแค่นั้นแหละ เงินใหม่ก็เกิดขึ้นมาในระบบแล้ว มันคือการสร้างเงินขึ้นมาจากอากาศธาตุเลย โดยมีแค่สัญญาว่าเราจะจ่ายคืนเป็นหลักค้ำประกัน ซึ่งเงินส่วนใหญ่ในระบบเศรษฐกิจทุกวันนี้ก็ถูกสร้างขึ้นมาด้วยวิธีนี้

ผลกระทบของเงินเฟ้อ

พอเงินมันถูกสร้างขึ้นมาง่ายๆ แบบนี้เรื่อยๆ ผลกระทบที่ตามมาก็คือเงินเฟ้อ หรือภาษีที่เรามองไม่เห็น

ทำไมเงินออมถึงหายไป?

ทุกครั้งที่มีเงินใหม่ถูกสร้างเพิ่มเข้ามาในระบบ เงินทุกบาทที่เรามีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะอยู่ในกระเป๋าตังค์หรือในบัญชี มูลค่าของมันจะลดลงทันที มันเลยเหมือนกับเราโดนเก็บภาษีแบบเงียบๆ เป็นภาษีที่มองไม่เห็นที่มันคอยกัดกินเงินออมของเราไปทีละนิดทีละนิด โดยที่เราอาจจะไม่รู้ตัวเลย ตัวเลขนี้อาจจะทำให้หลายคนตกใจ คือโดยเฉลี่ยแล้วในทุกๆ 4 ปี มูลค่าเงินออมของเราจะหายไปประมาณ 30% หายไปเฉยๆ เลย

การค้นหาสินทรัพย์ที่ปลอดภัย

เมื่อเข้าใจถึงกลไกของ “ภาษีที่มองไม่เห็น” แล้ว คำถามที่สำคัญกว่าก็คือ เราจะรักษามูลค่าของเงินที่เราหามาได้อย่างไร

สเต็ปแรก: เลือกที่เก็บเงินออมให้ถูกที่

การออมเงินเฟียดมันเหมือนเราพยายามวิ่งขึ้นบันไดเลื่อนที่กำลังเลื่อนลง คือเราวิ่ง เราออกแรงเต็มที่เลยนะ แต่บันไดมันก็เลื่อนลงมาเรื่อยๆ มันคือความรู้สึกที่เหนื่อยมาก แล้วก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะชนะ ถ้าเรายังเลือกที่จะวิ่งอยู่บนบันไดเลื่อนตัวนี้ ซึ่งตรงนี้แหละที่เป็นจุดเปลี่ยนทางความคิดที่สำคัญมาก คือหลายคนมักจะกระโดดไปที่เรื่องการลงทุนเลย แต่จริงๆ แล้วสเต็ปแรกมันไม่ใช่การลงทุน สเต็ปแรกคือการเลือกที่เก็บเงินออมของเราให้ถูกที่เสียก่อน เราต้องแน่ใจว่าเราไม่ได้เก็บเงินไว้ในที่ที่มันกำลังละลายหายไปเฉยๆ เหมือนเอาน้ำแข็งไปวางไว้กลางแดด เราต้องหาที่มันมั่นคงจริงๆ ก่อน

What is a store of value? อะไรคือเครื่องมือเก็บรักษามูลค่า

แล้วอะไรคือสินทรัพย์ที่สามารถเก็บรักษามูลค่าได้?

ตัวอย่าง: ทองคำและ Bitcoin

ทองคำถูกใช้เป็นเครื่องมือในการเก็บรักษามูลค่ามานานนับพันปี เนื่องจากมีคุณสมบัติที่หายากและคงทน ในขณะที่ Bitcoin เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกออกแบบมาให้มีจำนวนจำกัด และมีกลไกที่ช่วยให้มูลค่าคงที่เมื่อเทียบกับเงินเฟ้อ

  • ปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว: ปริมาณเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในระบบเศรษฐกิจนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อ
  • เงินเฟ้อคือภาษีที่มองไม่เห็น: เงินเฟ้อกัดกินมูลค่าของเงินออม ทำให้กำลังซื้อลดลง
  • มูลค่าเงินออมลดลงเฉลี่ย 30% ในทุกๆ 4 ปี: ภาวะเงินเฟ้อทำให้มูลค่าของเงินออมลดลงอย่างต่อเนื่อง
  • การเลือกสินทรัพย์ที่เก็บรักษามูลค่าเป็นสิ่งสำคัญ: การเลือกสินทรัพย์ที่สามารถรักษามูลค่าได้เป็นสิ่งสำคัญในการปกป้องความมั่งคั่ง

การทำความเข้าใจถึงกลไกของ “ภาษีที่มองไม่เห็น” และการเลือกสินทรัพย์ที่เหมาะสมในการเก็บรักษามูลค่าเป็นสิ่งสำคัญในการวางแผนทางการเงินที่ยั่งยืน หากคุณต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม หรือต้องการวางแผนการเงินส่วนบุคคล

ปรึกษาการเงินฟรีกับผู้เชี่ยวชาญ คลิกเพื่อแอดไลน์

💬 ปรึกษาการเงินฟรีกับผู้เชี่ยวชาญ คลิกเพื่อแอดไลน์
👉 คลิกที่นี่เพื่อแอดไลน์

แอดไลน์เพื่อรับสูตรการเงินดี ๆ ก่อนใคร 👇

QR Code Line