Deprecated: Creation of dynamic property TwitterFeed\Builder\CTF_Feed_Builder::$ctf_sb_analytics is deprecated in /home/u763545322/domains/kanngongkanngoen.org/public_html/wp-content/plugins/custom-twitter-feeds/inc/Builder/CTF_Feed_Builder.php on line 23
Manifest: ปรารถนาสิ่งใด สะกดจิตตัวเองแล้วจะได้มา? / HND! โดย นิ้วกลม - kanngongkanngoen.org

Manifest: ปรารถนาสิ่งใด สะกดจิตตัวเองแล้วจะได้มา? / HND! โดย นิ้วกลม

Manifest ปรารถนาสิ่งใด สะกดจิตตัวเองแล้วจะได้มา? / HND! โดย นิ้วกลม

สวัสดีครับ วันนี้เราจะมาพูดคุยกันถึงหนังสือที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงปีที่ผ่านมา นั่นคือ “Manifest” ซึ่งเป็นหนังสือที่นำเสนอแนวคิดเกี่ยวกับการใช้พลังของจิตใจในการดึงดูดสิ่งที่เราปรารถนาเข้ามาในชีวิต โดยมี “นิ้วกลม” หรือ สราวุฒิ เฮงสวัสดิ์ มาเป็นผู้ดำเนินรายการใน Have a nice day (HND!) ชวนเรามาสำรวจแนวคิดนี้อย่างเจาะลึก พร้อมตั้งคำถามและวิพากษ์วิจารณ์ไปด้วยกัน

หนังสือ Manifest และ กฎแรงดึงดูด

หนังสือ Manifest เล่มนี้เกี่ยวข้องกับแนวคิดเรื่องกฎแรงดึงดูด (Law of Attraction) ซึ่งเป็นแนวคิดที่เชื่อว่าความคิดของเรามีพลังในการดึงดูดสิ่งต่างๆ เข้ามาในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จ ความสุข หรือแม้แต่สิ่งของต่างๆ ที่เราต้องการ แนวคิดนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ มีมานานหลายสิบปีแล้ว แต่หนังสือเล่มนี้ได้นำเสนอแนวคิดดังกล่าวในรูปแบบที่เข้าใจง่ายและนำไปปรับใช้ได้จริง

7 ขั้นตอนสู่ทุกสิ่งที่ปรารถนา

หนังสือ Manifest ได้นำเสนอ 7 ขั้นตอนสู่ความสำเร็จตามที่ผู้เขียนได้ระบุไว้ ซึ่งเป็นแนวทางในการนำกฎแรงดึงดูดมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน โดยมีขั้นตอนต่างๆ ที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขั้นตอนที่ 1: สร้างภาพในหัวให้ชัดเจน

ขั้นตอนแรกและเป็นหัวใจสำคัญของการ Manifest คือ การสร้างภาพในหัวให้ชัดเจน (Visualization) การที่เราสามารถจินตนาการถึงสิ่งที่เราต้องการได้อย่างละเอียดและเห็นภาพนั้น จะช่วยให้เรามีความมุ่งมั่นและมีแรงบันดาลใจในการลงมือทำ

ขั้นตอนที่ 2: ขจัดความกลัวและข้อกังขา

ความกลัวและข้อสงสัยเป็นอุปสรรคสำคัญที่ขัดขวางไม่ให้เราบรรลุเป้าหมาย การขจัดความกลัวและข้อกังขาจึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญไม่แพ้กัน เพื่อให้เรามีความเชื่อมั่นในตัวเองและในกระบวนการ Manifest

ขั้นตอนที่ 3: ปรับพฤติกรรม

การ Manifest ไม่ได้หมายถึงการนั่งรอให้สิ่งต่างๆ เกิดขึ้นเองโดยที่เราไม่ต้องทำอะไรเลย แต่เป็นการปรับพฤติกรรมให้สอดคล้องกับสิ่งที่เราต้องการ การลงมือทำอย่างจริงจังและต่อเนื่องเป็นสิ่งจำเป็นในการบรรลุเป้าหมาย

ภาพรวมและแนวคิดหลัก

หนังสือ Manifest และ กฎแรงดึงดูด

หนังสือ Manifest เป็นหนังสือที่นำเสนอแนวคิดเกี่ยวกับกฎแรงดึงดูด ซึ่งเป็นแนวคิดที่เชื่อว่าความคิดของเรามีผลต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตของเรา หากเราคิดถึงสิ่งที่ดีๆ เราก็จะดึงดูดสิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต ในทางกลับกัน หากเราคิดถึงสิ่งที่ไม่ดี เราก็จะดึงดูดสิ่งที่ไม่ดีเข้ามา

การเชื่อมโยงกับ Quantum Physic

แนวคิด Manifest มีการเชื่อมโยงกับหลักการทางฟิสิกส์ควอนตัม (Quantum Physics) ซึ่งอธิบายถึงพลังงานและคลื่นความถี่ที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงในระดับอนุภาคต่างๆ โดยเชื่อว่าความคิดของเราสามารถส่งผลต่อคลื่นพลังงานเหล่านี้ได้

คลื่นความถี่และอารมณ์ (High VIP, Low VIP)

หนังสือได้อธิบายถึงคลื่นความถี่ที่แตกต่างกัน ซึ่งสัมพันธ์กับอารมณ์และความรู้สึกของเรา อารมณ์เชิงบวก เช่น ความสุข ความรัก ความขอบคุณ จะส่งผลให้เราอยู่ในคลื่นความถี่สูง (High VIP) ในขณะที่อารมณ์เชิงลบ เช่น ความกลัว ความโกรธ ความเศร้า จะส่งผลให้เราอยู่ในคลื่นความถี่ต่ำ (Low VIP)

7 ขั้นตอนสู่ความสำเร็จ

ขั้นตอนที่ 1: สร้างภาพในหัวให้ชัดเจน

การสร้างภาพในหัวเป็นขั้นตอนแรกและสำคัญที่สุดในการ Manifest เราต้องจินตนาการถึงสิ่งที่เราต้องการให้ชัดเจน เห็นภาพ รู้สึกถึงความรู้สึกราวกับว่าเราได้สิ่งนั้นมาแล้ว

ขั้นตอนที่ 2: ขจัดความกลัวและข้อกังขา

ความกลัวและข้อสงสัยเป็นอุปสรรคที่ขัดขวางไม่ให้เราบรรลุเป้าหมาย เราต้องเผชิญหน้ากับความกลัวเหล่านั้นและกำจัดมันออกไป

ขั้นตอนที่ 3: ปรับพฤติกรรม

การ Manifest ไม่ได้หมายถึงการนั่งรอให้สิ่งต่างๆ เกิดขึ้นเอง เราต้องลงมือทำ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้สอดคล้องกับสิ่งที่เราต้องการ

รายละเอียดขั้นตอนที่ 1: สร้างภาพในหัว

การสร้างภาพที่ชัดเจน

การสร้างภาพที่ชัดเจนหมายถึงการจินตนาการถึงสิ่งที่เราต้องการให้ละเอียดที่สุด เห็นภาพทุกรายละเอียด รู้สึกถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อเราได้สิ่งนั้นมา

การทำงานของสมองและการจินตนาการ

สมองของเราไม่สามารถแยกแยะระหว่างสิ่งที่เกิดขึ้นจริงกับสิ่งที่เราจินตนาการได้ ดังนั้น การสร้างภาพในหัวอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้สมองของเราเชื่อว่าสิ่งที่เราต้องการเป็นจริงมากขึ้น

การปรับพฤติกรรมให้สอดคล้องกับเป้าหมาย

เมื่อเรามีภาพในหัวที่ชัดเจนแล้ว เราต้องปรับพฤติกรรมให้สอดคล้องกับเป้าหมายที่เราตั้งไว้ เช่น ถ้าเราต้องการมีสุขภาพที่ดี เราต้องออกกำลังกายและรับประทานอาหารที่มีประโยชน์

การสร้าง Vision Board

Vision Board คือบอร์ดที่รวบรวมภาพและข้อความที่แสดงถึงสิ่งที่เราต้องการ มันช่วยให้เรามองเห็นเป้าหมายของเราได้อย่างชัดเจนและเป็นแรงบันดาลใจให้เราลงมือทำ

การกำหนดกรอบเวลา

การกำหนดกรอบเวลาเป็นสิ่งสำคัญในการ Manifest มันช่วยให้เรามีเป้าหมายที่ชัดเจนและมีแรงผลักดันในการลงมือทำ

รายละเอียดขั้นตอนที่ 2: ขจัดความกลัว

ความเชื่อที่บั่นทอน

ความเชื่อที่บั่นทอนเป็นความคิดเชิงลบที่เรามีต่อตัวเองและต่อโลกภายนอก มันเป็นอุปสรรคที่ขัดขวางไม่ให้เราบรรลุเป้าหมาย เราต้องระบุและเปลี่ยนแปลงความเชื่อเหล่านั้น

การระบุความกลัว

การระบุความกลัวเป็นขั้นตอนแรกในการขจัดความกลัว เราต้องตระหนักว่าเรากลัวอะไร เพื่อที่เราจะสามารถจัดการกับความกลัวเหล่านั้นได้

4 วิธีจัดการความกลัว

หนังสือได้นำเสนอ 4 วิธีในการจัดการกับความกลัว ได้แก่ การเผชิญหน้ากับความกลัว การเปลี่ยนแปลงความคิด การสร้างความเชื่อมั่นในตัวเอง และการขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น

การจัดการความคิด

การจัดการความคิดหมายถึงการควบคุมความคิดของเราให้เป็นไปในทิศทางที่เราต้องการ เราต้องฝึกคิดถึงสิ่งที่ดีๆ และหลีกเลี่ยงความคิดเชิงลบ

การระวังภาษา

ภาษาที่เราใช้มีผลต่อความคิดและความรู้สึกของเรา เราต้องระมัดระวังในการใช้ภาษา เลือกใช้คำพูดที่เป็นบวกและสร้างสรรค์

การยอมรับคำชม

การยอมรับคำชมเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นในตัวเอง เราต้องเปิดใจรับคำชมและใช้มันเป็นแรงผลักดันในการพัฒนาตัวเอง

การท่องมนต์สะกด

การท่องมนต์สะกดเป็นวิธีการหนึ่งในการสร้างความเชื่อมั่นในตัวเอง เราสามารถใช้คำพูดที่เป็นบวกเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและกระตุ้นให้เราลงมือทำ

การฝึกรักตัวเอง

การรักตัวเองเป็นสิ่งสำคัญในการ Manifest เราต้องยอมรับตัวเองในแบบที่เราเป็น และดูแลตัวเองทั้งร่างกายและจิตใจ

รายละเอียดขั้นตอนที่ 3: ปรับพฤติกรรม

การเป็นคนเชิงรุก (Proactive)

การเป็นคนเชิงรุกหมายถึงการลงมือทำและไม่รอให้สิ่งต่างๆ เกิดขึ้นเอง เราต้องเป็นผู้ควบคุมชีวิตของเราเอง

ตัวอย่างมิสเตอร์ A และ มิสเตอร์ B

หนังสือได้ยกตัวอย่างมิสเตอร์ A และ มิสเตอร์ B เพื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมของคนที่ประสบความสำเร็จและคนที่ล้มเหลว มิสเตอร์ A เป็นคนเชิงรุกและลงมือทำ ในขณะที่มิสเตอร์ B เป็นคนเฉื่อยชาและรอคอย

ความสำคัญของความรู้สึกและเป้าหมาย

ความรู้สึกและเป้าหมายเป็นแรงผลักดันสำคัญในการ Manifest เราต้องมีความรู้สึกที่ดีและมีเป้าหมายที่ชัดเจน เพื่อให้เรามีแรงบันดาลใจในการลงมือทำ

หนังสือ Manifest เป็นหนังสือที่น่าสนใจและมีประโยชน์ในการนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม การนำแนวคิดเหล่านี้ไปใช้ควรพิจารณาถึงความเหมาะสมกับบริบทของแต่ละบุคคล และควรใช้ด้วยความเข้าใจและวิจารณญาณ

หากคุณสนใจเรื่องการวางแผนการเงินและการลงทุน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางการเงินของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปรึกษาการเงินฟรีกับผู้เชี่ยวชาญ คลิกเพื่อแอดไลน์

💬 ปรึกษาการเงินฟรีกับผู้เชี่ยวชาญ คลิกเพื่อแอดไลน์
👉 คลิกที่นี่เพื่อแอดไลน์

แอดไลน์เพื่อรับสูตรการเงินดี ๆ ก่อนใคร 👇

QR Code Line