Deprecated: Creation of dynamic property TwitterFeed\Builder\CTF_Feed_Builder::$ctf_sb_analytics is deprecated in /home/u763545322/domains/kanngongkanngoen.org/public_html/wp-content/plugins/custom-twitter-feeds/inc/Builder/CTF_Feed_Builder.php on line 23
#ภาษี10นาที Ep.2: ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คิดแบบไหน วางแผนยังไง? - kanngongkanngoen.org

#ภาษี10นาที Ep.2: ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คิดแบบไหน วางแผนยังไง?

#ภาษี10นาที Ep.2 : ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คิดแบบไหน วางแผนยังไงนะ?

สวัสดีครับ! กลับมาพบกันอีกครั้งกับซีรีส์ #ภาษี10นาที ในตอนนี้เป็นตอนที่ 2 แล้วนะครับ เราจะมาเจาะลึกเรื่องภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.) กันครับ ว่ามีวิธีการคำนวณแบบไหน และจะวางแผนกันอย่างไรบ้าง

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคืออะไร?

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คือ ภาษีที่เราจ่ายให้กับรัฐบาลจากเงินได้ที่เราได้รับในแต่ละปีภาษี ซึ่งครอบคลุมเงินได้หลายประเภท เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง ดอกเบี้ย ค่าเช่า และอื่นๆ การทำความเข้าใจภาษีประเภทนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยให้เราวางแผนการเงินและลดภาระภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การคืนภาษี vs การจ่ายเพิ่ม

หลายคนสงสัยว่า ทำไมบางคนได้คืนภาษี ในขณะที่บางคนต้องจ่ายเพิ่ม? ความแตกต่างอยู่ที่ภาษีที่เราจ่ายไปตลอดทั้งปี เมื่อเทียบกับภาษีที่เราต้องจ่ายจริงตามที่คำนวณได้ หากเราจ่ายภาษีไว้เกิน เราก็จะได้เงินคืน แต่ถ้าจ่ายน้อยกว่าที่ต้องจ่าย เราก็ต้องจ่ายเพิ่ม

สิ่งสำคัญคือ การคืนภาษีหรือการจ่ายเพิ่มไม่ได้บ่งบอกว่าเราเสียภาษีมากหรือน้อยกว่าคนอื่น สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ ภาษีที่เราจ่ายล่วงหน้าไปแล้วเท่านั้น

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) เป็นส่วนหนึ่งของการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เป็นภาษีที่ถูกหักออกจากเงินได้ของเราในระหว่างปี เช่น ภาษีที่ถูกหักจากเงินเดือน หรือดอกเบี้ยเงินฝาก ภาษีหัก ณ ที่จ่ายนี้จะถูกนำไปรวมในการคำนวณภาษีประจำปี

การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามี 2 วิธีหลักๆ ที่เราสามารถใช้ได้

วิธีที่ 1: คำนวณจากเงินได้สุทธิ

วิธีนี้เป็นวิธีที่ใช้กันทั่วไป โดยคำนวณจากเงินได้สุทธิ ซึ่งคำนวณได้จาก “เงินได้พึงประเมิน – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน = เงินได้สุทธิ”

วิธีที่ 2: คำนวณจากเงินได้พึงประเมิน

วิธีนี้จะคำนวณจากเงินได้พึงประเมิน ซึ่งก็คือเงินได้ที่เราได้รับทั้งหมดก่อนหักค่าใช้จ่ายใดๆ วิธีนี้มักใช้ในกรณีที่มีเงินได้หลายประเภท

อัตราภาษีแบบขั้นบันได

ประเทศไทยใช้อัตราภาษีแบบขั้นบันได (Progressive Tax) ซึ่งหมายความว่า ยิ่งมีเงินได้สุทธิมาก ก็ยิ่งต้องเสียภาษีในอัตราที่สูงขึ้น อัตราภาษีจะเพิ่มขึ้นเป็นขั้นๆ ตามเงินได้สุทธิที่เพิ่มขึ้น

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเงินได้สุทธิของคุณอยู่ที่ 300,000 บาท คุณอาจไม่ต้องเสียภาษีในส่วนแรก แต่ในส่วนที่เกินมา คุณจะต้องเสียภาษีในอัตราที่สูงขึ้น

ตัวอย่างการคำนวณภาษี

สมมติว่า นาย ก. มีเงินได้สุทธิ 500,000 บาท การคำนวณภาษีของนาย ก. จะเป็นดังนี้

  • คำนวณตามขั้นบันไดภาษี
  • นำภาษีที่คำนวณได้ในแต่ละขั้นมารวมกัน
  • ผลลัพธ์ที่ได้คือ ภาษีที่นาย ก. ต้องจ่าย

การวางแผนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

การวางแผนภาษีเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราลดภาระภาษีได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และยังช่วยให้เราบริหารจัดการการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ประเภทของเงินได้

เงินได้มีทั้งหมด 8 ประเภท (มาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร) ซึ่งแต่ละประเภทมีวิธีการคำนวณและหักค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันไป การรู้ว่าเงินได้ของเราอยู่ในประเภทใด จะช่วยให้เราวางแผนภาษีได้ดียิ่งขึ้น

  1. เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน (เงินเดือน ค่าจ้าง)
  2. เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำ หรือจากการรับทำงานให้ (ค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า)
  3. ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น
  4. ดอกเบี้ย เงินปันผล ส่วนแบ่งกำไร
  5. เงินได้จากการให้เช่าทรัพย์สิน
  6. เงินได้จากวิชาชีพอิสระ
  7. เงินได้จากการรับเหมาที่ผู้รับเหมาต้องลงทุนด้วย
  8. เงินได้อื่นๆ เช่น การขายของออนไลน์

การหักค่าใช้จ่าย

การหักค่าใช้จ่ายเป็นขั้นตอนหนึ่งในการคำนวณภาษี ซึ่งจะช่วยลดเงินได้สุทธิลงได้ ค่าใช้จ่ายที่หักได้จะแตกต่างกันไปตามประเภทของเงินได้ เช่น เงินเดือนสามารถหักค่าใช้จ่ายได้ 50% สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท

ค่าลดหย่อน

ค่าลดหย่อนเป็นอีกวิธีหนึ่งในการลดภาระภาษี ซึ่งจะช่วยลดเงินได้สุทธิลงได้อีก ค่าลดหย่อนมีหลายประเภท เช่น

  • ค่าลดหย่อนส่วนตัว
  • ค่าลดหย่อนคู่สมรส
  • ค่าลดหย่อนบุตร
  • ค่าเบี้ยประกันชีวิต
  • ค่าเบี้ยประกันสุขภาพ
  • ค่ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
  • ค่ากองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)
  • ค่ากองทุนรวมเพื่อการออม (SSF)

การเลือกใช้ค่าลดหย่อนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ทางการเงินของเรา จะช่วยให้เราประหยัดภาษีได้มากที่สุด

เงินบริจาค

เงินบริจาคสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ โดยสามารถนำเงินบริจาคไปหักลดหย่อนได้ตามที่กฎหมายกำหนด (10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน)

การวางแผนภาษีสำหรับมนุษย์เงินเดือน

สำหรับมนุษย์เงินเดือน การวางแผนภาษีสามารถทำได้ง่ายๆ โดย

  • ตรวจสอบประเภทเงินได้และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง
  • เลือกใช้ค่าลดหย่อนให้เหมาะสม
  • วางแผนการลงทุนในกองทุน RMF และ SSF เพื่อลดหย่อนภาษี
  • ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีต่างๆ

การวางแผนภาษีที่ดี จะช่วยให้มนุษย์เงินเดือนสามารถลดภาระภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีเงินเหลือเก็บออมมากขึ้น

หวังว่า #ภาษี10นาที Ep.2 นี้ จะเป็นประโยชน์กับทุกท่านนะครับ อย่าลืมติดตามตอนต่อไป และหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการวางแผนภาษี หรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม

ปรึกษาการเงินฟรีกับผู้เชี่ยวชาญ คลิกเพื่อแอดไลน์

💬 ปรึกษาการเงินฟรีกับผู้เชี่ยวชาญ คลิกเพื่อแอดไลน์
👉 คลิกที่นี่เพื่อแอดไลน์

แอดไลน์เพื่อรับสูตรการเงินดี ๆ ก่อนใคร 👇

QR Code Line