มีรายได้ค่าเช่า บ้าน คอนโด ยื่นภาษียังไง ? มีรายได้ประจำด้วยต้องยื่นไหม
การมีรายได้จากการให้เช่าบ้าน คอนโด หรืออสังหาริมทรัพย์อื่นๆ ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางสร้างรายได้ที่ได้รับความนิยม แต่หลายคนอาจยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการยื่นภาษีสำหรับรายได้ประเภทนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของประเภทเงินได้ วิธีการคำนวณภาษี รวมถึงขั้นตอนการยื่นภาษีด้วยตัวเอง บทความนี้จะมาช่วยไขข้อข้องใจ พร้อมแนะนำทุกเรื่องที่คุณควรรู้เกี่ยวกับการยื่นภาษีสำหรับผู้มีรายได้ค่าเช่า
ค่าเช่าต้องยื่นภาษีหรือไม่?
สำหรับผู้ที่มีรายได้จากการให้เช่าบ้าน คอนโด หรืออสังหาริมทรัพย์อื่นๆ คำถามยอดฮิตคือ “ต้องยื่นภาษีหรือไม่?” คำตอบคือ ต้องยื่น ไม่ว่าคุณจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่ก็ตาม
3 ข้อที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับค่าเช่า
- ไม่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ไม่ต้องยื่น: หลายคนเข้าใจผิดว่า หากผู้เช่าไม่ได้หักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ ก็ไม่จำเป็นต้องนำรายได้ค่าเช่ามายื่นภาษี แต่ในความเป็นจริงแล้ว กฎหมายไม่ได้มีข้อยกเว้นสำหรับกรณีนี้ นั่นหมายความว่า แม้ไม่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ก็ต้องนำรายได้ค่าเช่ามายื่นภาษีอยู่ดี
- ค่างวดคือค่าใช้จ่าย: สำหรับผู้ที่ผ่อนบ้านหรือคอนโดแล้วนำมาปล่อยเช่า เข้าใจผิดว่าค่างวดที่จ่ายไปเป็นค่าใช้จ่ายที่สามารถนำมาหักลดหย่อนได้ แต่ค่างวดคือหนี้สิน ไม่สามารถนำมาหักลดหย่อนในการคำนวณภาษีได้
- เสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแล้ว ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้: การเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นการเสียภาษีสำหรับทรัพย์สิน ส่วนภาษีเงินได้เป็นการเสียภาษีสำหรับรายได้ ดังนั้นจึงต้องเสียทั้งสองประเภท
เงินได้ประเภทที่ 5
รายได้จากการให้เช่าบ้าน คอนโด หรืออสังหาริมทรัพย์อื่นๆ จัดอยู่ในประเภทเงินได้พึงประเมิน ประเภทที่ 5 ตามประมวลรัษฎากร ซึ่งผู้ที่มีรายได้ประเภทนี้สามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายได้ 2 แบบ คือ หักแบบเหมา หรือ หักตามจริง
การหักค่าใช้จ่าย
ผู้มีรายได้ค่าเช่าสามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายได้ 2 วิธี:
- หักค่าใช้จ่ายแบบเหมา: เป็นวิธีที่ง่ายและสะดวก โดยมีอัตราการหักค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับประเภทของทรัพย์สินที่ให้เช่า
- หักค่าใช้จ่ายตามจริง: เป็นวิธีที่ต้องรวบรวมหลักฐานค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการให้เช่าทั้งหมด เช่น ค่าซ่อมแซม ค่าประกันภัย ค่าเสื่อมราคา ฯลฯ
ตัวอย่างการยื่นภาษีค่าเช่า
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ลองมาดูตัวอย่างการคำนวณภาษีค่าเช่ากัน
ตัวอย่าง: นาย ก. มีคอนโดให้เช่า มีรายได้ค่าเช่าปีละ 300,000 บาท เลือกหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา 30%
การคำนวณ:
- รายได้ค่าเช่า: 300,000 บาท
- ค่าใช้จ่าย (30%): 300,000 x 30% = 90,000 บาท
- เงินได้พึงประเมิน: 300,000 – 90,000 = 210,000 บาท
- นำเงินได้พึงประเมินไปคำนวณภาษีตามอัตราภาษีก้าวหน้า
การกรอกข้อมูลเงินได้
ในการยื่นภาษี จะต้องกรอกข้อมูลเกี่ยวกับรายได้ค่าเช่าให้ถูกต้อง โดยระบุประเภทเงินได้ (ประเภทที่ 5) จำนวนเงินได้ และภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย (ถ้ามี)
การเลือกวิธีหักค่าใช้จ่าย
ควรเลือกวิธีหักค่าใช้จ่ายที่ทำให้เสียภาษีน้อยที่สุด โดยคำนวณภาษีทั้งสองวิธี (หักเหมาและหักตามจริง) แล้วเปรียบเทียบกัน
การขอคืนภาษี
หากมีการหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้เกิน หรือมีค่าลดหย่อนอื่นๆ ที่สามารถนำมาใช้ได้ อาจมีสิทธิได้รับเงินคืนภาษี
ข้อควรรู้เกี่ยวกับค่าเช่า
เพื่อให้การยื่นภาษีค่าเช่าเป็นไปอย่างถูกต้องและราบรื่น มีข้อควรรู้เพิ่มเติมดังนี้
ค่าเช่าคือรายได้ที่ต้องนำมายื่นภาษี
ไม่ว่าคุณจะได้รับค่าเช่าเป็นเงินสด โอนเข้าบัญชี หรือในรูปแบบอื่นๆ ค่าเช่าถือเป็นรายได้ที่ต้องนำมายื่นภาษี
แม้ไม่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ก็ต้องยื่น
แม้ผู้เช่าไม่ได้หักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ คุณก็ยังมีหน้าที่ต้องยื่นภาษี
ค่างวดไม่ใช่ค่าใช้จ่าย
ค่างวดที่ผ่อนบ้านหรือคอนโดไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่นำมาหักลดหย่อนได้
ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างต้องเสียแยกกับภาษีเงินได้
การเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นการเสียภาษีสำหรับทรัพย์สิน ส่วนภาษีเงินได้เป็นการเสียภาษีสำหรับรายได้ ดังนั้นจึงต้องเสียทั้งสองประเภท
การคำนวณภาษีค่าเช่า
การคำนวณภาษีค่าเช่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้ทราบจำนวนภาษีที่ต้องจ่าย และสามารถวางแผนทางการเงินได้อย่างเหมาะสม
การคำนวณภาษีเงินได้สุทธิ
การคำนวณภาษีเงินได้สุทธิ คือการนำรายได้ทั้งหมดมาหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนต่างๆ เพื่อหาเงินได้สุทธิ จากนั้นนำเงินได้สุทธิไปคำนวณภาษีตามอัตราภาษีก้าวหน้า
การคำนวณภาษีเงินได้พึงประเมิน
การคำนวณภาษีเงินได้พึงประเมิน คือการนำรายได้ทั้งหมดมาคำนวณภาษี โดยไม่มีการหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน
เลือกวิธีคำนวณที่ทำให้เสียภาษีน้อยกว่า
ผู้มีรายได้ค่าเช่าสามารถเลือกใช้วิธีคำนวณภาษีแบบใดก็ได้ โดยเลือกวิธีที่ทำให้เสียภาษีน้อยที่สุด
การยื่นภาษีค่าเช่าด้วยตัวเอง
การยื่นภาษีค่าเช่าด้วยตัวเองไม่ใช่เรื่องยาก เพียงทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
การกรอกข้อมูลรายได้จาก Freelance
หากมีรายได้จากช่องทางอื่น เช่น งานฟรีแลนซ์ จะต้องนำรายได้ส่วนนี้มารวมคำนวณภาษีด้วย
การกรอกข้อมูลรายได้ค่าเช่า
กรอกข้อมูลเกี่ยวกับรายได้ค่าเช่าให้ถูกต้อง เช่น จำนวนเงินค่าเช่าที่ได้รับ
การเลือกประเภทสินทรัพย์ที่ให้เช่า
เลือกประเภทของสินทรัพย์ที่ให้เช่า เช่น บ้าน คอนโด ที่ดิน เพื่อคำนวณค่าใช้จ่ายแบบเหมาให้ถูกต้อง
การกรอกยอดรายได้รวม
นำรายได้ทั้งหมดมารวมกัน เพื่อคำนวณภาษี
การกรอกภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย
หากมีการถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ ให้นำข้อมูลมาใส่ในแบบยื่นภาษี
การเลือกวิธีหักค่าใช้จ่าย (เหมา/ตามจริง)
เลือกวิธีหักค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมที่สุด
การบันทึกข้อมูล
บันทึกข้อมูลทั้งหมดให้ถูกต้อง
การตรวจสอบข้อมูลสรุป
ตรวจสอบข้อมูลสรุปอีกครั้งก่อนยื่นภาษี
การขอคืนภาษี
หากมีภาษีที่ชำระไว้เกิน สามารถขอคืนภาษีได้
สรุปและข้อควรจำ
การยื่นภาษีสำหรับผู้มีรายได้ค่าเช่าเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อให้การยื่นภาษีเป็นไปอย่างถูกต้องและเป็นไปตามกฎหมาย มีข้อควรจำดังนี้
ค่าเช่าเป็นเงินได้ประเภทที่ 5
จำไว้เสมอว่า ค่าเช่าเป็นเงินได้ประเภทที่ 5
เลือกวิธีหักค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม
เลือกวิธีหักค่าใช้จ่ายที่ทำให้เสียภาษีน้อยที่สุด
นำภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายมาใส่ในแบบยื่น
อย่าลืมนำภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย (ถ้ามี) มาใส่ในแบบยื่น
ยื่นภาษีให้ถูกต้องตามกฎหมาย
ยื่นภาษีให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่มีรายได้ค่าเช่าในการทำความเข้าใจเรื่องภาษีมากยิ่งขึ้น หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม หรือต้องการคำแนะนำเกี่ยวกับการวางแผนภาษี สามารถ
ปรึกษาการเงินฟรีกับผู้เชี่ยวชาญ คลิกเพื่อแอดไลน์
👉 คลิกที่นี่เพื่อแอดไลน์
แอดไลน์เพื่อรับสูตรการเงินดี ๆ ก่อนใคร 👇

Leave a Reply