Deprecated: Creation of dynamic property TwitterFeed\Builder\CTF_Feed_Builder::$ctf_sb_analytics is deprecated in /home/u763545322/domains/kanngongkanngoen.org/public_html/wp-content/plugins/custom-twitter-feeds/inc/Builder/CTF_Feed_Builder.php on line 23
มีรายได้ค่าเช่า บ้าน คอนโด ยื่นภาษียังไง? พร้อมวิธีคำนวณและยื่นภาษี - kanngongkanngoen.org

มีรายได้ค่าเช่า บ้าน คอนโด ยื่นภาษียังไง? พร้อมวิธีคำนวณและยื่นภาษี

มีรายได้ค่าเช่า บ้าน คอนโด ยื่นภาษียังไง ? มีรายได้ประจำด้วยต้องยื่นไหม

การมีรายได้จากการให้เช่าบ้าน คอนโด หรืออสังหาริมทรัพย์อื่นๆ ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางสร้างรายได้ที่ได้รับความนิยม แต่หลายคนอาจยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการยื่นภาษีสำหรับรายได้ประเภทนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของประเภทเงินได้ วิธีการคำนวณภาษี รวมถึงขั้นตอนการยื่นภาษีด้วยตัวเอง บทความนี้จะมาช่วยไขข้อข้องใจ พร้อมแนะนำทุกเรื่องที่คุณควรรู้เกี่ยวกับการยื่นภาษีสำหรับผู้มีรายได้ค่าเช่า

ค่าเช่าต้องยื่นภาษีหรือไม่?

สำหรับผู้ที่มีรายได้จากการให้เช่าบ้าน คอนโด หรืออสังหาริมทรัพย์อื่นๆ คำถามยอดฮิตคือ “ต้องยื่นภาษีหรือไม่?” คำตอบคือ ต้องยื่น ไม่ว่าคุณจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่ก็ตาม

3 ข้อที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับค่าเช่า

  • ไม่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ไม่ต้องยื่น: หลายคนเข้าใจผิดว่า หากผู้เช่าไม่ได้หักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ ก็ไม่จำเป็นต้องนำรายได้ค่าเช่ามายื่นภาษี แต่ในความเป็นจริงแล้ว กฎหมายไม่ได้มีข้อยกเว้นสำหรับกรณีนี้ นั่นหมายความว่า แม้ไม่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ก็ต้องนำรายได้ค่าเช่ามายื่นภาษีอยู่ดี
  • ค่างวดคือค่าใช้จ่าย: สำหรับผู้ที่ผ่อนบ้านหรือคอนโดแล้วนำมาปล่อยเช่า เข้าใจผิดว่าค่างวดที่จ่ายไปเป็นค่าใช้จ่ายที่สามารถนำมาหักลดหย่อนได้ แต่ค่างวดคือหนี้สิน ไม่สามารถนำมาหักลดหย่อนในการคำนวณภาษีได้
  • เสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแล้ว ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้: การเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นการเสียภาษีสำหรับทรัพย์สิน ส่วนภาษีเงินได้เป็นการเสียภาษีสำหรับรายได้ ดังนั้นจึงต้องเสียทั้งสองประเภท

เงินได้ประเภทที่ 5

รายได้จากการให้เช่าบ้าน คอนโด หรืออสังหาริมทรัพย์อื่นๆ จัดอยู่ในประเภทเงินได้พึงประเมิน ประเภทที่ 5 ตามประมวลรัษฎากร ซึ่งผู้ที่มีรายได้ประเภทนี้สามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายได้ 2 แบบ คือ หักแบบเหมา หรือ หักตามจริง

การหักค่าใช้จ่าย

ผู้มีรายได้ค่าเช่าสามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายได้ 2 วิธี:

  • หักค่าใช้จ่ายแบบเหมา: เป็นวิธีที่ง่ายและสะดวก โดยมีอัตราการหักค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับประเภทของทรัพย์สินที่ให้เช่า
  • หักค่าใช้จ่ายตามจริง: เป็นวิธีที่ต้องรวบรวมหลักฐานค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการให้เช่าทั้งหมด เช่น ค่าซ่อมแซม ค่าประกันภัย ค่าเสื่อมราคา ฯลฯ

ตัวอย่างการยื่นภาษีค่าเช่า

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ลองมาดูตัวอย่างการคำนวณภาษีค่าเช่ากัน

ตัวอย่าง: นาย ก. มีคอนโดให้เช่า มีรายได้ค่าเช่าปีละ 300,000 บาท เลือกหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา 30%

การคำนวณ:

  • รายได้ค่าเช่า: 300,000 บาท
  • ค่าใช้จ่าย (30%): 300,000 x 30% = 90,000 บาท
  • เงินได้พึงประเมิน: 300,000 – 90,000 = 210,000 บาท
  • นำเงินได้พึงประเมินไปคำนวณภาษีตามอัตราภาษีก้าวหน้า

การกรอกข้อมูลเงินได้

ในการยื่นภาษี จะต้องกรอกข้อมูลเกี่ยวกับรายได้ค่าเช่าให้ถูกต้อง โดยระบุประเภทเงินได้ (ประเภทที่ 5) จำนวนเงินได้ และภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย (ถ้ามี)

การเลือกวิธีหักค่าใช้จ่าย

ควรเลือกวิธีหักค่าใช้จ่ายที่ทำให้เสียภาษีน้อยที่สุด โดยคำนวณภาษีทั้งสองวิธี (หักเหมาและหักตามจริง) แล้วเปรียบเทียบกัน

การขอคืนภาษี

หากมีการหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้เกิน หรือมีค่าลดหย่อนอื่นๆ ที่สามารถนำมาใช้ได้ อาจมีสิทธิได้รับเงินคืนภาษี

ข้อควรรู้เกี่ยวกับค่าเช่า

เพื่อให้การยื่นภาษีค่าเช่าเป็นไปอย่างถูกต้องและราบรื่น มีข้อควรรู้เพิ่มเติมดังนี้

ค่าเช่าคือรายได้ที่ต้องนำมายื่นภาษี

ไม่ว่าคุณจะได้รับค่าเช่าเป็นเงินสด โอนเข้าบัญชี หรือในรูปแบบอื่นๆ ค่าเช่าถือเป็นรายได้ที่ต้องนำมายื่นภาษี

แม้ไม่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ก็ต้องยื่น

แม้ผู้เช่าไม่ได้หักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ คุณก็ยังมีหน้าที่ต้องยื่นภาษี

ค่างวดไม่ใช่ค่าใช้จ่าย

ค่างวดที่ผ่อนบ้านหรือคอนโดไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่นำมาหักลดหย่อนได้

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างต้องเสียแยกกับภาษีเงินได้

การเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นการเสียภาษีสำหรับทรัพย์สิน ส่วนภาษีเงินได้เป็นการเสียภาษีสำหรับรายได้ ดังนั้นจึงต้องเสียทั้งสองประเภท

การคำนวณภาษีค่าเช่า

การคำนวณภาษีค่าเช่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้ทราบจำนวนภาษีที่ต้องจ่าย และสามารถวางแผนทางการเงินได้อย่างเหมาะสม

การคำนวณภาษีเงินได้สุทธิ

การคำนวณภาษีเงินได้สุทธิ คือการนำรายได้ทั้งหมดมาหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนต่างๆ เพื่อหาเงินได้สุทธิ จากนั้นนำเงินได้สุทธิไปคำนวณภาษีตามอัตราภาษีก้าวหน้า

การคำนวณภาษีเงินได้พึงประเมิน

การคำนวณภาษีเงินได้พึงประเมิน คือการนำรายได้ทั้งหมดมาคำนวณภาษี โดยไม่มีการหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน

เลือกวิธีคำนวณที่ทำให้เสียภาษีน้อยกว่า

ผู้มีรายได้ค่าเช่าสามารถเลือกใช้วิธีคำนวณภาษีแบบใดก็ได้ โดยเลือกวิธีที่ทำให้เสียภาษีน้อยที่สุด

การยื่นภาษีค่าเช่าด้วยตัวเอง

การยื่นภาษีค่าเช่าด้วยตัวเองไม่ใช่เรื่องยาก เพียงทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

การกรอกข้อมูลรายได้จาก Freelance

หากมีรายได้จากช่องทางอื่น เช่น งานฟรีแลนซ์ จะต้องนำรายได้ส่วนนี้มารวมคำนวณภาษีด้วย

การกรอกข้อมูลรายได้ค่าเช่า

กรอกข้อมูลเกี่ยวกับรายได้ค่าเช่าให้ถูกต้อง เช่น จำนวนเงินค่าเช่าที่ได้รับ

การเลือกประเภทสินทรัพย์ที่ให้เช่า

เลือกประเภทของสินทรัพย์ที่ให้เช่า เช่น บ้าน คอนโด ที่ดิน เพื่อคำนวณค่าใช้จ่ายแบบเหมาให้ถูกต้อง

การกรอกยอดรายได้รวม

นำรายได้ทั้งหมดมารวมกัน เพื่อคำนวณภาษี

การกรอกภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย

หากมีการถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ ให้นำข้อมูลมาใส่ในแบบยื่นภาษี

การเลือกวิธีหักค่าใช้จ่าย (เหมา/ตามจริง)

เลือกวิธีหักค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมที่สุด

การบันทึกข้อมูล

บันทึกข้อมูลทั้งหมดให้ถูกต้อง

การตรวจสอบข้อมูลสรุป

ตรวจสอบข้อมูลสรุปอีกครั้งก่อนยื่นภาษี

การขอคืนภาษี

หากมีภาษีที่ชำระไว้เกิน สามารถขอคืนภาษีได้

สรุปและข้อควรจำ

การยื่นภาษีสำหรับผู้มีรายได้ค่าเช่าเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อให้การยื่นภาษีเป็นไปอย่างถูกต้องและเป็นไปตามกฎหมาย มีข้อควรจำดังนี้

ค่าเช่าเป็นเงินได้ประเภทที่ 5

จำไว้เสมอว่า ค่าเช่าเป็นเงินได้ประเภทที่ 5

เลือกวิธีหักค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม

เลือกวิธีหักค่าใช้จ่ายที่ทำให้เสียภาษีน้อยที่สุด

นำภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายมาใส่ในแบบยื่น

อย่าลืมนำภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย (ถ้ามี) มาใส่ในแบบยื่น

ยื่นภาษีให้ถูกต้องตามกฎหมาย

ยื่นภาษีให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่มีรายได้ค่าเช่าในการทำความเข้าใจเรื่องภาษีมากยิ่งขึ้น หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม หรือต้องการคำแนะนำเกี่ยวกับการวางแผนภาษี สามารถ

ปรึกษาการเงินฟรีกับผู้เชี่ยวชาญ คลิกเพื่อแอดไลน์

💬 ปรึกษาการเงินฟรีกับผู้เชี่ยวชาญ คลิกเพื่อแอดไลน์
👉 คลิกที่นี่เพื่อแอดไลน์

แอดไลน์เพื่อรับสูตรการเงินดี ๆ ก่อนใคร 👇

QR Code Line