Deprecated: Creation of dynamic property TwitterFeed\Builder\CTF_Feed_Builder::$ctf_sb_analytics is deprecated in /home/u763545322/domains/kanngongkanngoen.org/public_html/wp-content/plugins/custom-twitter-feeds/inc/Builder/CTF_Feed_Builder.php on line 23
[อัปเดต] รายได้เท่าไหร่ต้องเสียภาษี? ไขข้อข้องใจเรื่องภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา - kanngongkanngoen.org

[อัปเดต] รายได้เท่าไหร่ต้องเสียภาษี? ไขข้อข้องใจเรื่องภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

[อัปเดต] รายได้เท่าไหร่ต้องเสียภาษี ? อยากตอบคำถามนี้ถูกต้อง จำเป็นต้องรู้เรื่องนี้ครับ | สปภ EP.67

คำถามยอดฮิตที่หลายคนสงสัยคือ “รายได้เท่าไหร่ต้องเสียภาษี?” คำถามนี้ดูเหมือนง่าย แต่จริงๆ แล้วมีรายละเอียดซ่อนอยู่มากมาย การทำความเข้าใจเรื่องภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอย่างถ่องแท้ จะช่วยให้คุณวางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดภาระภาษีได้อย่างถูกต้อง ในบทความนี้ เราจะมาเจาะลึกทุกแง่มุมของภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เพื่อตอบคำถามยอดฮิตนี้ให้กระจ่าง พร้อมอัปเดตข้อมูลล่าสุดที่คุณควรรู้

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคืออะไร

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นภาษีที่เราต้องจ่ายจากรายได้ที่เราได้รับในแต่ละปีภาษี เป็นภาษีที่จัดเก็บจากบุคคลธรรมดา รวมถึงผู้ที่มีเงินได้จากการทำงาน การประกอบธุรกิจ หรือจากการลงทุน

วิธีคํานวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

การคํานวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามี 2 วิธีหลักๆ คือ วิธีเงินได้สุทธิ และ วิธีเงินได้พึงประเมิน

วิธีเงินได้สุทธิ

วิธีเงินได้สุทธิเป็นการคำนวณภาษีโดยนำรายได้ทั้งหมดมาหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนต่างๆ เพื่อหาเงินได้สุทธิ จากนั้นจึงนำเงินได้สุทธินี้ไปคำนวณภาษีตามอัตราภาษีแบบขั้นบันได

วิธีเงินได้พึงประเมิน

วิธีเงินได้พึงประเมินเป็นการคำนวณภาษีโดยนำเงินได้พึงประเมินมาคำนวณภาษี ซึ่งเงินได้พึงประเมินคือรายได้ที่ได้รับจริง

วิธีไหนคํานวณภาษีมากกว่าต้องเสียตามวิธีนั้น

กฎหมายกำหนดว่าให้เลือกวิธีคำนวณภาษีที่ทำให้ต้องเสียภาษีในจำนวนที่สูงกว่า

เงินได้สุทธิคืออะไร

เงินได้สุทธิคือรายได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนต่างๆ ออกไปแล้ว เป็นตัวเลขสำคัญที่ใช้ในการคำนวณภาษี

เงินได้สุทธิ 150,000 บาท

ถ้าเงินได้สุทธิไม่เกิน 150,000 บาท ไม่ต้องเสียภาษี

ความสำคัญของเงินได้สุทธิ

เงินได้สุทธิเป็นตัวแปรสำคัญในการคำนวณภาษี เพราะเป็นตัวกำหนดว่าเราจะต้องเสียภาษีหรือไม่ และเสียภาษีในอัตราเท่าไหร่

รายได้เท่าไหร่ถึงต้องเสียภาษี

คำถามยอดฮิตที่หลายคนสงสัยคือ “รายได้เท่าไหร่ถึงต้องเสียภาษี?”

ความเข้าใจผิดเรื่องรายได้ 150,000 บาท

หลายคนเข้าใจผิดว่าถ้ามีรายได้เกิน 150,000 บาท ต้องเสียภาษีทันที ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะต้องพิจารณาจากเงินได้สุทธิ

ความหมายของเงินได้สุทธิ

เงินได้สุทธิคือรายได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนต่างๆ ดังนั้น แม้จะมีรายได้มากกว่า 150,000 บาท แต่ถ้าหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว เงินได้สุทธิไม่เกิน 150,000 บาท ก็ไม่ต้องเสียภาษี

ความสัมพันธ์ระหว่าง รายได้ ค่าใช้จ่าย และค่าลดหย่อน

3 ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการคำนวณภาษี

รายได้คืออะไร

รายได้คือเงินได้ที่เราได้รับจากการทำงาน การประกอบธุรกิจ หรือการลงทุน

เงินได้ 8 ประเภท

กฎหมายแบ่งประเภทของเงินได้ออกเป็น 8 ประเภท (มาตรา 40 (1) – (8) แห่งประมวลรัษฎากร) ซึ่งแต่ละประเภทมีวิธีการคำนวณค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกัน

ค่าใช้จ่าย

ค่าใช้จ่ายคือค่าใช้จ่ายที่เราสามารถนำมาหักออกจากรายได้ได้ เพื่อลดจำนวนเงินได้สุทธิ ตัวอย่างเช่น ค่าใช้จ่ายตามมาตรา 40(1) หรือค่าใช้จ่ายเหมา

ค่าลดหย่อน

ค่าลดหย่อนคือค่าใช้จ่ายที่เราสามารถนำมาหักออกจากรายได้สุทธิได้อีก เช่น ค่าลดหย่อนส่วนตัว ค่าลดหย่อนบุตร ค่าลดหย่อนบิดามารดา ค่าเบี้ยประกันชีวิต ค่าดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย เป็นต้น

ค่าลดหย่อนส่วนตัว

ค่าลดหย่อนส่วนตัวเป็นค่าลดหย่อนพื้นฐานที่ทุกคนได้รับ

ตัวอย่างการคํานวณภาษี

มาดูตัวอย่างการคำนวณภาษี เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น

ตัวอย่างมนุษย์เงินเดือน

นาย ก. มีเงินเดือน 30,000 บาทต่อเดือน มีรายได้ทั้งปี 360,000 บาท หักค่าใช้จ่ายส่วนตัว 60,000 บาท และค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท เงินได้สุทธิ = 360,000 – 60,000 – 60,000 = 240,000 บาท ต้องเสียภาษี

ตัวอย่างมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้หลายทาง

นาง ข. มีเงินเดือน 25,000 บาทต่อเดือน และมีรายได้จากการขายของออนไลน์ 10,000 บาทต่อเดือน มีรายได้ทั้งปีจากเงินเดือน 300,000 บาท และรายได้จากการขายของออนไลน์ 120,000 บาท รวมรายได้ 420,000 บาท หักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนต่างๆ เงินได้สุทธิ = 300,000 – 60,000 – 60,000 + 120,000 – ค่าใช้จ่าย (ขึ้นอยู่กับประเภทเงินได้) – ค่าลดหย่อนอื่นๆ = ? บาท ต้องเสียภาษี

ตัวอย่างมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้หลายทางและมีการวางแผนภาษี

นาย ค. มีเงินเดือน 40,000 บาทต่อเดือน และมีรายได้จากการลงทุน 5,000 บาทต่อเดือน มีรายได้ทั้งปีจากเงินเดือน 480,000 บาท และรายได้จากการลงทุน 60,000 บาท รวมรายได้ 540,000 บาท นาย ค. วางแผนภาษีโดยการซื้อกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) และประกันชีวิต เพื่อลดหย่อนภาษีเพิ่มเติม ทำให้เงินได้สุทธิลดลง และเสียภาษีน้อยลง

ทำไมถึงไม่สามารถตอบได้ว่ารายได้เท่าไหร่ไม่ต้องเสียภาษี

คำถามที่ว่า “รายได้เท่าไหร่ไม่ต้องเสียภาษี” ไม่สามารถตอบได้ชัดเจน เพราะแต่ละคนมีปัจจัยที่แตกต่างกัน

ความแตกต่างของแต่ละบุคคล

แต่ละคนมีรายได้ ค่าใช้จ่าย และค่าลดหย่อนที่แตกต่างกัน ทำให้การคำนวณภาษีแตกต่างกันไปด้วย

ความสำคัญของการทำความเข้าใจการคํานวณภาษี

การทำความเข้าใจวิธีการคำนวณภาษี จะช่วยให้คุณวางแผนภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถคำนวณได้ว่าตัวเองต้องเสียภาษีเท่าไหร่

หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจเรื่องภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้มากขึ้นนะครับ การทำความเข้าใจเรื่องภาษีเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณวางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดภาระภาษีได้อย่างถูกต้อง

ปรึกษาการเงินฟรีกับผู้เชี่ยวชาญ คลิกเพื่อแอดไลน์

💬 ปรึกษาการเงินฟรีกับผู้เชี่ยวชาญ คลิกเพื่อแอดไลน์
👉 คลิกที่นี่เพื่อแอดไลน์

แอดไลน์เพื่อรับสูตรการเงินดี ๆ ก่อนใคร 👇

QR Code Line