อวสานคนหนีภาษี ! เราจะเลี่ยงภาษีได้ยากขึ้นเพราะอะไร ?
สวัสดีครับ วันนี้เราจะมาเจาะลึกเรื่องราวที่หลายคนอาจมองข้าม นั่นคือ “อวสานคนหนีภาษี” ครับ หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมถึงใช้ชื่อนี้ และมันเกี่ยวข้องอะไรกับเราทุกคนที่ต้องจัดการเรื่องภาษี? จริงๆ แล้ว Mindset หรือทัศนคติในการจัดการภาษีของเราอาจจะต้องเปลี่ยนไปครับ เพราะกฎหมายใหม่ๆ ที่ออกมา ทำให้การเลี่ยงภาษี หรือการวางแผนภาษีแบบเดิมๆ นั้นยากขึ้นกว่าเดิมมาก
ทำไมการเลี่ยงภาษีถึงยากขึ้น?
กฎหมายใหม่ๆ ที่ออกมานั้น มีผลกระทบโดยตรงต่อการเลี่ยงภาษีครับ ทำให้สรรพากรมีข้อมูลมากขึ้น และสามารถตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินของเราได้ง่ายขึ้น ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึง 3 เรื่องหลักๆ ที่ทำให้การเลี่ยงภาษีนั้นยากขึ้นครับ
1. ธนาคารส่งข้อมูลสรรพากร
เรื่องแรกที่หลายคนอาจจะคุ้นเคยกันดี คือเรื่องที่ธนาคารต้องส่งข้อมูลให้สรรพากรครับ หลายคนอาจจะเคยได้ยินมาบ้างแล้ว แต่เพื่อให้เข้าใจตรงกัน เรามาทำความเข้าใจแบบสั้นๆ อีกครั้งนะครับ
เงื่อนไขการส่งข้อมูลของธนาคาร
กฎหมายกำหนดให้ธนาคารต้องส่งข้อมูลธุรกรรมทางการเงินให้สรรพากรเมื่อเข้าเงื่อนไขบางประการครับ เงื่อนไขหลักๆ มี 2 ข้อ:
- มีรายการธุรกรรมที่เป็นเงินเข้าบัญชีรวมกันตั้งแต่ 3,000 ครั้งขึ้นไป (ไม่สนใจจำนวนเงิน)
- มีการฝากหรือรับโอนเงินรวมกันตั้งแต่ 400 ครั้ง และมียอดรวม 2 ล้านบาทขึ้นไป
ธนาคารจะนับรวมทุกบัญชีที่เรามีในธนาคารนั้นๆ ครับ เช่น ถ้าเรามี 3 บัญชีในธนาคาร A รายการเข้าออกของทั้ง 3 บัญชีจะถูกนับรวมกัน
ความน่ากลัวของการส่งข้อมูล
ความน่ากลัวของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่ธนาคารเพียงอย่างเดียวครับ สถาบันการเงินอื่นๆ รวมถึงผู้ให้บริการชำระเงิน (e-Wallet) ก็ต้องส่งข้อมูลให้สรรพากรด้วยเช่นกัน นั่นหมายความว่า การเลี่ยงไปใช้ e-Wallet ก็ไม่ได้แปลว่าจะรอดพ้นการตรวจสอบครับ
การกระจายบัญชีเพื่อเลี่ยงภาษี
หลายคนอาจคิดว่าการเปิดหลายบัญชีในหลายธนาคารแล้วกระจายธุรกรรม จะช่วยเลี่ยงการถูกส่งข้อมูลได้ คำตอบคือ อาจจะไม่เสมอไปครับ เพราะกฎหมายฉบับนี้มีหน้าที่ให้ส่งข้อมูลเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าถ้าไม่ถูกส่งข้อมูลแล้วจะปลอดภัย
การส่ง vs การตรวจสอบ: สองเรื่องที่แตกต่างกัน
สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ การส่งข้อมูลให้สรรพากรกับการตรวจสอบภาษีเป็นคนละเรื่องกันครับ ธนาคารมีหน้าที่ส่งข้อมูลเมื่อเข้าเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด แต่สรรพากรมีอำนาจในการตรวจสอบภาษีของเราได้ แม้ว่าเราจะไม่ถูกส่งข้อมูลก็ตาม
ข้อควรระวัง: การตอบคำถามสรรพากร
ถ้าคุณเลือกวิธีการกระจายบัญชีเพื่อเลี่ยงการถูกส่งข้อมูล สิ่งที่คุณต้องระวังคือ เมื่อถูกตรวจสอบ คุณจะตอบคำถามสรรพากรอย่างไรว่า ทำไมถึงเปิดบัญชีหลายบัญชีและกระจายธุรกรรมเช่นนั้น คำตอบที่คุณให้ อาจกลายเป็นหลักฐานมัดตัวว่าคุณกำลังพยายามหลีกเลี่ยงภาษี
2. ธนาคารส่งข้อมูลการคำนวณดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์
นอกจากการส่งข้อมูลธุรกรรมแล้ว ยังมีอีกเรื่องที่ธนาคารต้องส่งข้อมูลให้สรรพากร นั่นคือข้อมูลการคำนวณดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ครับ
กฎหมายดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์
กฎหมายกำหนดให้ธนาคารต้องส่งข้อมูลดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ให้สรรพากรครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าดอกเบี้ยที่เราได้รับเกิน 20,000 บาทต่อปี
ผลกระทบจากการไม่ยอมให้ส่งข้อมูล
ถ้าเราไม่ยินยอมให้ธนาคารส่งข้อมูล อาจมีผลกระทบตามมาได้ครับ เช่น อาจถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราที่สูงขึ้น
การเชื่อมโยงข้อมูลกับเรื่องก่อนหน้า
ข้อมูลดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์นี้ สามารถนำมาเชื่อมโยงกับข้อมูลธุรกรรมที่เรากล่าวถึงในหัวข้อแรกได้ครับ สรรพากรสามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์และตรวจสอบความถูกต้องของการเสียภาษีของเราได้
3. ภาษี e-Service
อีกหนึ่งเรื่องที่ทำให้การเลี่ยงภาษียากขึ้น คือเรื่องของภาษี e-Service ครับ
ข้อมูลที่แพลตฟอร์ม e-Service ต้องส่งให้สรรพากร
แพลตฟอร์ม e-Service ต่างๆ เช่น Facebook, Google, Netflix, Spotify ฯลฯ มีหน้าที่ต้องส่งข้อมูลให้กับสรรพากรครับ ข้อมูลที่ส่งอาจรวมถึงรายได้ที่เราได้รับจากการใช้บริการเหล่านี้
ตัวอย่าง: Facebook Ads และการเชื่อมโยงข้อมูล
ตัวอย่างเช่น ถ้าเราใช้ Facebook Ads ในการทำธุรกิจ สรรพากรสามารถตรวจสอบข้อมูลการใช้จ่ายของเราบน Facebook Ads ได้ และนำมาเชื่อมโยงกับรายได้ที่เราได้รับจากการทำธุรกิจนั้นๆ
การอนุมาน: การทำงานของสรรพากร
สรรพากรสามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการอนุมานและประเมินรายได้ของเราได้ครับ แม้ว่าเราจะไม่ได้ยื่นภาษีอย่างถูกต้องก็ตาม
สรุป: การเชื่อมโยงข้อมูลและอนาคต
จาก 3 เรื่องที่เรากล่าวมา จะเห็นได้ว่า ข้อมูลต่างๆ กำลังถูกเชื่อมโยงกันมากขึ้นเรื่อยๆ ครับ
ข้อมูลกำลังตีวงล้อมเข้ามา
สรรพากรมีเครื่องมือและข้อมูลที่มากขึ้นในการตรวจสอบภาษีของเรา ทำให้การเลี่ยงภาษีทำได้ยากขึ้น
เทคนิคการเลี่ยงภาษีแบบเดิมอาจใช้ไม่ได้
เทคนิคการเลี่ยงภาษีแบบเดิมๆ เช่น การกระจายบัญชี หรือการใช้เงินสด อาจไม่ได้ผลอีกต่อไป
การประมวลผลข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์
สรรพากรใช้เทคโนโลยีในการประมวลผลข้อมูล ทำให้สามารถตรวจสอบความผิดปกติได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
อวสานคนหนีภาษี: เป็นไปได้หรือไม่?
ด้วยข้อมูลที่มากขึ้นและการตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้น โอกาสในการหลีกเลี่ยงภาษีจึงลดลงอย่างมาก
แล้วเราควรทำอย่างไร?
เมื่อรู้ว่าการเลี่ยงภาษีทำได้ยากขึ้นแล้ว เราควรจะทำอย่างไร?
ทางเลือก: หนีต่อไป vs เข้าระบบให้ถูกต้อง
มี 2 ทางเลือกหลักๆ คือ:
- หนีภาษีต่อไป: เสี่ยงต่อการถูกตรวจสอบและมีบทลงโทษ
- เข้าระบบให้ถูกต้อง: เสียภาษีตามกฎหมาย แต่สบายใจในระยะยาว
ข้อดีข้อเสียของการหนีภาษี
ข้อดีของการหนีภาษีคือ อาจมีเงินเหลือในมือมากขึ้นในระยะสั้น แต่ข้อเสียคือ เสี่ยงต่อการถูกตรวจสอบ มีบทลงโทษ และอาจเสียชื่อเสียง
ข้อดีข้อเสียของการเข้าระบบภาษี
ข้อดีของการเข้าระบบภาษีคือ ถูกต้องตามกฎหมาย สบายใจในระยะยาว และอาจได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีต่างๆ ข้อเสียคือ ต้องเสียภาษีตามที่กฎหมายกำหนด
การตัดสินใจเลือกทางเดินภาษี
การตัดสินใจว่าจะเลือกทางเดินภาษีแบบไหน ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลครับ ต้องชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสีย และพิจารณาความเสี่ยงที่รับได้
บทสรุปและข้อคิด
มาถึงบทสรุปและข้อคิดส่งท้ายกันครับ
การเลือกทางเดินภาษีที่เหมาะสม
เลือกทางเดินภาษีที่เหมาะสมกับสถานการณ์และความเสี่ยงที่คุณรับได้
การมีข้อมูลในการตัดสินใจ
ศึกษาข้อมูลให้รอบด้าน เพื่อประกอบการตัดสินใจ
อนาคตของนโยบายภาษี
ติดตามข่าวสารและกฎหมายภาษีใหม่ๆ อยู่เสมอ
การจัดการให้มีกำไรและอยู่รอด
วางแผนการเงินและภาษีอย่างรอบคอบ เพื่อให้ธุรกิจของคุณเติบโตและอยู่รอดได้อย่างยั่งยืน
คำแนะนำเพิ่มเติม
หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการภาษีและการเงิน อย่าลืม:
การกดติดตามช่อง TAXBugnoms
ติดตามช่อง TAXBugnoms เพื่อรับชมคลิปและข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับการเงินและภาษี
การแสดงความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนไอเดีย
แสดงความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนไอเดียกับเพื่อนๆ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ดียิ่งขึ้น
หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับทุกท่านนะครับ หากมีข้อสงสัยหรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม
ปรึกษาการเงินฟรีกับผู้เชี่ยวชาญ คลิกเพื่อแอดไลน์
👉 คลิกที่นี่เพื่อแอดไลน์
แอดไลน์เพื่อรับสูตรการเงินดี ๆ ก่อนใคร 👇

Leave a Reply