บุคคลธรรมดาทำธุรกิจ ยื่นภาษียังไง ?
การทำธุรกิจในรูปแบบบุคคลธรรมดาเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้เริ่มต้นและผู้ประกอบการขนาดเล็ก แต่หลายคนอาจสงสัยว่าเมื่อทำธุรกิจแล้วจะต้องยื่นภาษีอย่างไร? บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจทุกแง่มุมของการยื่นภาษีสำหรับบุคคลธรรมดาที่ทำธุรกิจ ตั้งแต่ภาษีที่เกี่ยวข้อง วิธีคำนวณ ไปจนถึงตัวอย่างการยื่นภาษีจริง เพื่อให้คุณสามารถจัดการเรื่องภาษีได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
ภาษีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ
เมื่อคุณเริ่มต้นทำธุรกิจ สิ่งสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจคือภาษีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณมีอะไรบ้าง โดยทั่วไปแล้ว ภาษีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจจะแบ่งออกเป็น 3 หมวดหลักๆ ดังนี้
ภาษีเงินได้
ภาษีเงินได้เป็นภาษีที่เก็บจากเงินได้ของบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ภาษีเงินได้สำหรับบุคคลธรรมดาคือภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งคำนวณจากเงินได้สุทธิ (รายได้ – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน) ในขณะที่นิติบุคคลจะเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล
VAT (ภาษีมูลค่าเพิ่ม)
VAT หรือภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นภาษีที่เกี่ยวข้องกับยอดขายหรือรายได้ของธุรกิจ หากธุรกิจของคุณมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี และไม่ได้รับการยกเว้น คุณจะต้องจดทะเบียน VAT และเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
ภาษีอื่นๆ
นอกจากภาษีเงินได้และ VAT แล้ว ยังมีภาษีอื่นๆ ที่อาจเกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณ เช่น ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ภาษีป้าย หรือภาษีหัก ณ ที่จ่าย ซึ่งเกี่ยวข้องกับการจ่ายเงินให้แก่บุคคลอื่น
วิธีคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นสิ่งสำคัญที่คุณต้องรู้ เพื่อให้สามารถวางแผนภาษีได้อย่างเหมาะสม โดยมีวิธีการคำนวณหลักๆ ดังนี้
เงินได้สุทธิ vs เงินได้พึงประเมิน
ในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา มี 2 วิธีหลักๆ ที่ใช้ในการเปรียบเทียบ คือ เงินได้สุทธิ และเงินได้พึงประเมิน โดยจะเลือกวิธีที่คำนวณแล้วได้ภาษีสูงกว่า
เงินได้สุทธิ: รายได้ – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน
วิธีที่ใช้กันบ่อยคือการคำนวณจากเงินได้สุทธิ ซึ่งคำนวณได้จาก รายได้รวม หักด้วย ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ และ ค่าลดหย่อนต่างๆ ที่กฎหมายกำหนด
เมื่อได้เงินได้สุทธิแล้ว จะนำไปคำนวณภาษีตามอัตราภาษีที่กำหนด ซึ่งอัตราภาษีจะเพิ่มขึ้นตามจำนวนเงินได้สุทธิที่เพิ่มขึ้น
เงินได้ประเภทที่ 8 สำหรับธุรกิจ
สำหรับผู้ที่ทำธุรกิจในรูปแบบบุคคลธรรมดา เงินได้ส่วนใหญ่มักจะอยู่ในประเภทที่ 8 ซึ่งเป็นเงินได้จากการประกอบธุรกิจที่ไม่เข้าข่ายเงินได้ประเภทอื่นๆ เช่น ค่าเช่า วิชาชีพ หรือรับเหมา
เงินได้ประเภท 5, 6, 7, 8
เงินได้ประเภท 5 คือเงินได้จากการให้เช่าทรัพย์สิน, ประเภท 6 คือเงินได้จากวิชาชีพอิสระ, ประเภท 7 คือเงินได้จากการรับเหมาที่ผู้รับเหมาต้องจัดหาวัสดุเอง และประเภท 8 คือเงินได้อื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในประเภท 1-7 ซึ่งครอบคลุมถึงธุรกิจส่วนใหญ่
การหักค่าใช้จ่าย: เหมา หรือ ตามจริง
ในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คุณสามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายได้ 2 วิธี คือ
- หักค่าใช้จ่ายแบบเหมา: กฎหมายจะกำหนดเปอร์เซ็นต์ค่าใช้จ่ายให้ ซึ่งคุณสามารถนำมาหักจากรายได้ได้เลย วิธีนี้ง่ายและสะดวก ไม่ต้องเก็บเอกสาร
- หักค่าใช้จ่ายตามจริง: คุณจะต้องเก็บหลักฐานค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอย่างครบถ้วน เพื่อนำมาหักจากรายได้ วิธีนี้อาจยุ่งยากกว่า แต่คุณอาจประหยัดภาษีได้มากกว่า หากมีค่าใช้จ่ายจริงจำนวนมาก
43 ประเภทที่หักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้
การหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาสามารถทำได้เฉพาะธุรกิจที่อยู่ใน 43 ประเภทที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น ซึ่งอ้างอิงจากพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 11
การหักค่าใช้จ่ายตามจริง
หากธุรกิจของคุณไม่อยู่ใน 43 ประเภทที่กำหนด คุณจะต้องหักค่าใช้จ่ายตามจริง โดยจะต้องเก็บหลักฐานค่าใช้จ่ายให้ครบถ้วน เช่น ใบเสร็จค่าสินค้า ค่าเช่า ค่าโฆษณา ฯลฯ
ตัวอย่างการยื่นภาษี
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น มาดูตัวอย่างการยื่นภาษีสำหรับธุรกิจประเภทต่างๆ กัน
ตัวอย่าง: ขายของออนไลน์
สมมติว่าคุณขายของออนไลน์ มีรายได้ 500,000 บาทต่อปี คุณสามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา 60% หรือหักค่าใช้จ่ายตามจริงก็ได้ หากเลือกหักแบบเหมา ค่าใช้จ่ายของคุณคือ 300,000 บาท (500,000 x 60%) เงินได้สุทธิคือ 200,000 บาท (500,000 – 300,000) หากเลือกหักตามจริง คุณต้องรวบรวมหลักฐานค่าใช้จ่ายทั้งหมด
ตัวอย่าง: ร้านอาหาร
สำหรับร้านอาหาร การคำนวณภาษีจะคล้ายกับการขายของออนไลน์ คุณสามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาหรือตามจริงก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าวิธีไหนจะทำให้คุณเสียภาษีน้อยกว่า
ตัวอย่าง: ยูทูปเบอร์
ยูทูปเบอร์ส่วนใหญ่จะมีรายได้จากค่าโฆษณาและสปอนเซอร์ ซึ่งถือเป็นเงินได้ประเภทที่ 8 คุณสามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาหรือตามจริงได้เช่นกัน
การกรอกข้อมูลในเว็บไซต์กรมสรรพากร
การยื่นภาษีออนไลน์ทำได้ง่ายๆ ผ่านเว็บไซต์ของกรมสรรพากร คุณจะต้องกรอกข้อมูลต่างๆ เช่น รายได้ ค่าใช้จ่าย ค่าลดหย่อน และเลือกวิธีการหักค่าใช้จ่าย
การเลือกวิธีการหักค่าใช้จ่าย (เหมา/จริง)
การเลือกวิธีการหักค่าใช้จ่าย (เหมา/จริง) ขึ้นอยู่กับลักษณะของธุรกิจและค่าใช้จ่ายที่คุณมี คุณสามารถเปลี่ยนวิธีการหักค่าใช้จ่ายได้ในแต่ละปี
การคำนวณภาษี
หลังจากกรอกข้อมูลทั้งหมดแล้ว ระบบจะคำนวณภาษีที่คุณต้องจ่ายให้โดยอัตโนมัติ
สรุปประเด็นสำคัญ
เพื่อให้การยื่นภาษีเป็นเรื่องง่ายขึ้น มาสรุปประเด็นสำคัญที่คุณต้องรู้กัน
เงินได้: รู้ประเภทเงินได้
คุณต้องรู้ว่ารายได้จากธุรกิจของคุณเป็นเงินได้ประเภทใด เพื่อที่จะสามารถคำนวณภาษีได้อย่างถูกต้อง
ค่าใช้จ่าย: หักเหมา/จริง ขึ้นอยู่กับ 43 ประเภท
การเลือกวิธีการหักค่าใช้จ่าย (เหมา/จริง) ขึ้นอยู่กับว่าธุรกิจของคุณอยู่ใน 43 ประเภทที่กฎหมายกำหนดหรือไม่
ค่าลดหย่อน: จัดการให้พร้อม
อย่าลืมเตรียมเอกสารค่าลดหย่อนต่างๆ ให้พร้อม เพื่อนำมาใช้ในการคำนวณภาษี
การทำความเข้าใจเรื่องภาษีเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่ทำธุรกิจในรูปแบบบุคคลธรรมดา การศึกษาข้อมูลและวางแผนภาษีอย่างรอบคอบจะช่วยให้คุณสามารถบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดค่าใช้จ่ายได้
หากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการยื่นภาษี หรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม
ปรึกษาการเงินฟรีกับผู้เชี่ยวชาญ คลิกเพื่อแอดไลน์
👉 คลิกที่นี่เพื่อแอดไลน์
แอดไลน์เพื่อรับสูตรการเงินดี ๆ ก่อนใคร 👇

Leave a Reply