[อัปเดต] รายได้เท่าไหร่ต้องเสียภาษี ? อยากตอบคำถามนี้ถูกต้อง จำเป็นต้องรู้เรื่องนี้ครับ | สปภ EP.67
คำถามยอดฮิตที่หลายคนสงสัยคือ “รายได้เท่าไหร่ต้องเสียภาษี?” คำถามนี้ดูเหมือนง่าย แต่จริงๆ แล้วมีรายละเอียดซ่อนอยู่มากมาย การทำความเข้าใจเรื่องภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอย่างถ่องแท้ จะช่วยให้คุณวางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดภาระภาษีได้อย่างถูกต้อง ในบทความนี้ เราจะมาเจาะลึกทุกแง่มุมของภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เพื่อตอบคำถามยอดฮิตนี้ให้กระจ่าง พร้อมอัปเดตข้อมูลล่าสุดที่คุณควรรู้
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคืออะไร
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นภาษีที่เราต้องจ่ายจากรายได้ที่เราได้รับในแต่ละปีภาษี เป็นภาษีที่จัดเก็บจากบุคคลธรรมดา รวมถึงผู้ที่มีเงินได้จากการทำงาน การประกอบธุรกิจ หรือจากการลงทุน
วิธีคํานวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
การคํานวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามี 2 วิธีหลักๆ คือ วิธีเงินได้สุทธิ และ วิธีเงินได้พึงประเมิน
วิธีเงินได้สุทธิ
วิธีเงินได้สุทธิเป็นการคำนวณภาษีโดยนำรายได้ทั้งหมดมาหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนต่างๆ เพื่อหาเงินได้สุทธิ จากนั้นจึงนำเงินได้สุทธินี้ไปคำนวณภาษีตามอัตราภาษีแบบขั้นบันได
วิธีเงินได้พึงประเมิน
วิธีเงินได้พึงประเมินเป็นการคำนวณภาษีโดยนำเงินได้พึงประเมินมาคำนวณภาษี ซึ่งเงินได้พึงประเมินคือรายได้ที่ได้รับจริง
วิธีไหนคํานวณภาษีมากกว่าต้องเสียตามวิธีนั้น
กฎหมายกำหนดว่าให้เลือกวิธีคำนวณภาษีที่ทำให้ต้องเสียภาษีในจำนวนที่สูงกว่า
เงินได้สุทธิคืออะไร
เงินได้สุทธิคือรายได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนต่างๆ ออกไปแล้ว เป็นตัวเลขสำคัญที่ใช้ในการคำนวณภาษี
เงินได้สุทธิ 150,000 บาท
ถ้าเงินได้สุทธิไม่เกิน 150,000 บาท ไม่ต้องเสียภาษี
ความสำคัญของเงินได้สุทธิ
เงินได้สุทธิเป็นตัวแปรสำคัญในการคำนวณภาษี เพราะเป็นตัวกำหนดว่าเราจะต้องเสียภาษีหรือไม่ และเสียภาษีในอัตราเท่าไหร่
รายได้เท่าไหร่ถึงต้องเสียภาษี
คำถามยอดฮิตที่หลายคนสงสัยคือ “รายได้เท่าไหร่ถึงต้องเสียภาษี?”
ความเข้าใจผิดเรื่องรายได้ 150,000 บาท
หลายคนเข้าใจผิดว่าถ้ามีรายได้เกิน 150,000 บาท ต้องเสียภาษีทันที ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะต้องพิจารณาจากเงินได้สุทธิ
ความหมายของเงินได้สุทธิ
เงินได้สุทธิคือรายได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนต่างๆ ดังนั้น แม้จะมีรายได้มากกว่า 150,000 บาท แต่ถ้าหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว เงินได้สุทธิไม่เกิน 150,000 บาท ก็ไม่ต้องเสียภาษี
ความสัมพันธ์ระหว่าง รายได้ ค่าใช้จ่าย และค่าลดหย่อน
3 ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการคำนวณภาษี
รายได้คืออะไร
รายได้คือเงินได้ที่เราได้รับจากการทำงาน การประกอบธุรกิจ หรือการลงทุน
เงินได้ 8 ประเภท
กฎหมายแบ่งประเภทของเงินได้ออกเป็น 8 ประเภท (มาตรา 40 (1) – (8) แห่งประมวลรัษฎากร) ซึ่งแต่ละประเภทมีวิธีการคำนวณค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกัน
ค่าใช้จ่าย
ค่าใช้จ่ายคือค่าใช้จ่ายที่เราสามารถนำมาหักออกจากรายได้ได้ เพื่อลดจำนวนเงินได้สุทธิ ตัวอย่างเช่น ค่าใช้จ่ายตามมาตรา 40(1) หรือค่าใช้จ่ายเหมา
ค่าลดหย่อน
ค่าลดหย่อนคือค่าใช้จ่ายที่เราสามารถนำมาหักออกจากรายได้สุทธิได้อีก เช่น ค่าลดหย่อนส่วนตัว ค่าลดหย่อนบุตร ค่าลดหย่อนบิดามารดา ค่าเบี้ยประกันชีวิต ค่าดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย เป็นต้น
ค่าลดหย่อนส่วนตัว
ค่าลดหย่อนส่วนตัวเป็นค่าลดหย่อนพื้นฐานที่ทุกคนได้รับ
ตัวอย่างการคํานวณภาษี
มาดูตัวอย่างการคำนวณภาษี เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น
ตัวอย่างมนุษย์เงินเดือน
นาย ก. มีเงินเดือน 30,000 บาทต่อเดือน มีรายได้ทั้งปี 360,000 บาท หักค่าใช้จ่ายส่วนตัว 60,000 บาท และค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท เงินได้สุทธิ = 360,000 – 60,000 – 60,000 = 240,000 บาท ต้องเสียภาษี
ตัวอย่างมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้หลายทาง
นาง ข. มีเงินเดือน 25,000 บาทต่อเดือน และมีรายได้จากการขายของออนไลน์ 10,000 บาทต่อเดือน มีรายได้ทั้งปีจากเงินเดือน 300,000 บาท และรายได้จากการขายของออนไลน์ 120,000 บาท รวมรายได้ 420,000 บาท หักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนต่างๆ เงินได้สุทธิ = 300,000 – 60,000 – 60,000 + 120,000 – ค่าใช้จ่าย (ขึ้นอยู่กับประเภทเงินได้) – ค่าลดหย่อนอื่นๆ = ? บาท ต้องเสียภาษี
ตัวอย่างมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้หลายทางและมีการวางแผนภาษี
นาย ค. มีเงินเดือน 40,000 บาทต่อเดือน และมีรายได้จากการลงทุน 5,000 บาทต่อเดือน มีรายได้ทั้งปีจากเงินเดือน 480,000 บาท และรายได้จากการลงทุน 60,000 บาท รวมรายได้ 540,000 บาท นาย ค. วางแผนภาษีโดยการซื้อกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) และประกันชีวิต เพื่อลดหย่อนภาษีเพิ่มเติม ทำให้เงินได้สุทธิลดลง และเสียภาษีน้อยลง
ทำไมถึงไม่สามารถตอบได้ว่ารายได้เท่าไหร่ไม่ต้องเสียภาษี
คำถามที่ว่า “รายได้เท่าไหร่ไม่ต้องเสียภาษี” ไม่สามารถตอบได้ชัดเจน เพราะแต่ละคนมีปัจจัยที่แตกต่างกัน
ความแตกต่างของแต่ละบุคคล
แต่ละคนมีรายได้ ค่าใช้จ่าย และค่าลดหย่อนที่แตกต่างกัน ทำให้การคำนวณภาษีแตกต่างกันไปด้วย
ความสำคัญของการทำความเข้าใจการคํานวณภาษี
การทำความเข้าใจวิธีการคำนวณภาษี จะช่วยให้คุณวางแผนภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถคำนวณได้ว่าตัวเองต้องเสียภาษีเท่าไหร่
หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจเรื่องภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้มากขึ้นนะครับ การทำความเข้าใจเรื่องภาษีเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณวางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดภาระภาษีได้อย่างถูกต้อง
ปรึกษาการเงินฟรีกับผู้เชี่ยวชาญ คลิกเพื่อแอดไลน์
👉 คลิกที่นี่เพื่อแอดไลน์
แอดไลน์เพื่อรับสูตรการเงินดี ๆ ก่อนใคร 👇

Leave a Reply