สิ่งที่ต้องรู้ก่อนยื่นภาษีออนไลน์ปี 2564 (ยื่นในปี 2565) | ยื่นภาษีด้วยตัวเอง Ep.0 #ภาษีเงินได้
การยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นสิ่งที่คนทำงานทุกคนต้องเผชิญในแต่ละปี หลายคนอาจรู้สึกกังวลหรือไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นอย่างไร ไม่ต้องห่วง! บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจทุกแง่มุมของการยื่นภาษีออนไลน์ปี 2564 (ยื่นในปี 2565) ตั้งแต่วิธีการคำนวณภาษี ประเภทเงินได้ ค่าลดหย่อน ไปจนถึงเคล็ดลับการยื่นภาษีด้วยตัวเอง เพื่อให้คุณสามารถจัดการเรื่องภาษีได้อย่างง่ายดายและถูกต้อง
วิธีการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ก่อนจะเริ่มยื่นภาษี สิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจวิธีการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งมี 2 วิธีหลักๆ ที่คุณควรรู้
วิธีคำนวณภาษี: เงินได้สุทธิ vs เงินได้พึงประเมิน
การคำนวณภาษีมี 2 วิธีหลักๆ ที่ใช้ในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ได้แก่
- เงินได้สุทธิ: วิธีนี้จะนำรายได้ทั้งหมดมาหักด้วยค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนต่างๆ เพื่อหาเงินได้สุทธิ จากนั้นจึงนำเงินได้สุทธิไปคำนวณภาษีตามอัตราภาษีที่กำหนด
- เงินได้พึงประเมิน: วิธีนี้จะคำนวณภาษีจากเงินได้ที่ไม่ใช่เงินเดือน โดยนำเงินได้ดังกล่าวมาคูณด้วยอัตราภาษี 0.5%
โดยทั่วไปแล้ว วิธีการคำนวณแบบเงินได้สุทธิมักจะทำให้ได้จำนวนภาษีที่ต้องจ่ายมากกว่า ดังนั้นจึงเป็นวิธีที่หลายคนคุ้นเคยและใช้กันเป็นหลัก
ตารางอัตราภาษีเงินได้
เมื่อคำนวณเงินได้สุทธิได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการนำเงินได้สุทธินั้นไปคำนวณภาษีตามอัตราภาษีที่กำหนด โดยมีตารางอัตราภาษีเงินได้ดังนี้
- เงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรก: ยกเว้นภาษี
- เงินได้สุทธิ 150,001 – 300,000 บาท: 5%
- เงินได้สุทธิ 300,001 – 500,000 บาท: 10%
- เงินได้สุทธิ 500,001 – 750,000 บาท: 15%
- เงินได้สุทธิ 750,001 – 1,000,000 บาท: 20%
- เงินได้สุทธิ 1,000,001 – 2,000,000 บาท: 25%
- เงินได้สุทธิ 2,000,001 – 5,000,000 บาท: 30%
- เงินได้สุทธิ เกิน 5,000,000 บาท: 35%
การวางแผนลดหย่อนภาษี
การวางแผนลดหย่อนภาษีเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณเสียภาษีน้อยลง โดยการใช้สิทธิลดหย่อนต่างๆ ที่กฎหมายกำหนด เช่น ค่าลดหย่อนส่วนตัว ค่าลดหย่อนบุตร ค่าลดหย่อนบิดามารดา ค่าเบี้ยประกันชีวิต ค่ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และอื่นๆ อีกมากมาย
ประเภทเงินได้
การทำความเข้าใจประเภทเงินได้เป็นสิ่งสำคัญในการยื่นภาษี เพราะแต่ละประเภทมีวิธีการคำนวณและสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่แตกต่างกัน
ความแตกต่างระหว่างเงินได้และรายได้
หลายคนอาจสับสนระหว่างคำว่า “เงินได้” และ “รายได้” จริงๆ แล้วมีความแตกต่างกันเล็กน้อย
- รายได้: คือ เงินที่ได้รับจากการทำงานหรือการประกอบธุรกิจ
- เงินได้: คือ รายได้ที่ต้องนำมาคำนวณภาษี
เงินได้ 8 ประเภทตามกฎหมาย
กฎหมายกำหนดให้มีเงินได้ทั้งหมด 8 ประเภท ซึ่งคุณต้องรู้ว่ารายได้ของคุณเข้าข่ายประเภทใด เพื่อนำไปกรอกแบบแสดงรายการภาษีให้ถูกต้อง
- เงินได้ประเภทที่ 1: เงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส
- เงินได้ประเภทที่ 2: ค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า
- เงินได้ประเภทที่ 3: ค่าลิขสิทธิ์
- เงินได้ประเภทที่ 4: ดอกเบี้ย เงินปันผล
- เงินได้ประเภทที่ 5: ค่าเช่า
- เงินได้ประเภทที่ 6: วิชาชีพอิสระ
- เงินได้ประเภทที่ 7: รับเหมา
- เงินได้ประเภทที่ 8: อื่นๆ เช่น ค่าขายของออนไลน์
การเลือกยื่นภาษีสำหรับดอกเบี้ยและเงินปันผล
สำหรับดอกเบี้ยและเงินปันผล คุณสามารถเลือกได้ว่าจะนำไปรวมคำนวณภาษีหรือไม่ หากเลือกที่จะไม่นำไปรวม ก็ไม่ต้องนำไปยื่น แต่ถ้าเลือกที่จะนำไปรวม ก็ต้องนำไปคำนวณภาษีตามปกติ
ค่าใช้จ่ายที่สามารถหักได้
เมื่อคุณรู้ประเภทเงินได้ของตัวเองแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการพิจารณาค่าใช้จ่ายที่สามารถนำมาหักได้ ซึ่งจะช่วยลดเงินได้สุทธิและทำให้คุณเสียภาษีน้อยลง
ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายในชีวิตจริง
สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ ค่าใช้จ่ายที่สามารถนำมาหักได้ตามกฎหมายนั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเสมอไป แต่เป็นค่าใช้จ่ายที่กฎหมายกำหนดให้หักได้
การหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา
การหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาคือ การหักค่าใช้จ่ายตามอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ โดยไม่ต้องมีหลักฐานการจ่ายจริง เช่น
- เงินได้ประเภทที่ 1 (เงินเดือน): หักค่าใช้จ่ายได้ 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
การหักค่าใช้จ่ายตามจริง
การหักค่าใช้จ่ายตามจริงคือ การนำค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงมาหัก โดยต้องมีหลักฐานที่เกี่ยวข้องและสามารถพิสูจน์ได้ เช่น
- เงินได้ประเภทที่ 3 (ค่าลิขสิทธิ์)
- เงินได้ประเภทที่ 5 (ค่าเช่า)
- เงินได้ประเภทที่ 6 (วิชาชีพอิสระ)
- เงินได้ประเภทที่ 7 (รับเหมา)
- เงินได้ประเภทที่ 8 (อื่นๆ)
ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ
สำหรับผู้ที่มีรายได้จากการทำธุรกิจ ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสามารถนำมาหักได้ตามจริง โดยต้องมีหลักฐานที่ชัดเจนและสามารถพิสูจน์ได้ว่าเกี่ยวข้องกับรายได้
รายการลดหย่อนภาษี
รายการลดหย่อนภาษีเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดภาระภาษีของคุณ โดยมีรายการลดหย่อนหลากหลายประเภทให้เลือกใช้
กลุ่มค่าลดหย่อน: ภาระชีวิต, นโยบายรัฐ, การออมและการลงทุน
รายการลดหย่อนภาษีแบ่งออกเป็นหลายกลุ่มหลักๆ ได้แก่
- ค่าลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัว: เช่น ค่าลดหย่อนส่วนตัว ค่าลดหย่อนคู่สมรส ค่าลดหย่อนบุตร ค่าลดหย่อนบิดามารดา
- ค่าลดหย่อนกลุ่มนโยบายรัฐ: เช่น ค่าเบี้ยประกันชีวิต ค่าเบี้ยประกันสุขภาพ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย
- ค่าลดหย่อนกลุ่มการออมและการลงทุน: เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF)
เงินบริจาค
เงินบริจาคสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ โดยมีเงื่อนไขและข้อจำกัดตามที่กฎหมายกำหนด
ช้อปดีมีคืน (ปี 65)
โครงการ “ช้อปดีมีคืน” เป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ผู้ที่ซื้อสินค้าและบริการในช่วงเวลาที่กำหนด
การเก็บเอกสารหลักฐาน
การเก็บเอกสารหลักฐานเป็นสิ่งสำคัญในการยื่นภาษี เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการยืนยันรายการลดหย่อนต่างๆ ที่คุณได้ใช้สิทธิไป ควรเก็บเอกสารให้ครบถ้วนและเป็นระเบียบ
การยื่นภาษีออนไลน์ปี 2564 (ยื่นในปี 2565) อาจดูเหมือนเป็นเรื่องยุ่งยาก แต่เมื่อคุณเข้าใจหลักการและเตรียมตัวอย่างถูกต้อง คุณก็จะสามารถจัดการเรื่องภาษีได้อย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพ อย่าลืมศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและเตรียมเอกสารให้พร้อมก่อนยื่นภาษี
หากคุณมีข้อสงสัยหรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวางแผนภาษีและการเงินส่วนบุคคล ปรึกษาการเงินฟรีกับผู้เชี่ยวชาญ คลิกเพื่อแอดไลน์
👉 คลิกที่นี่เพื่อแอดไลน์
แอดไลน์เพื่อรับสูตรการเงินดี ๆ ก่อนใคร 👇

Leave a Reply