Tag: การบริหารเงิน
-

วิธีเช็คความคิดจน/รวย: เคล็ดลับจากยีราฟพารวย!
วิธีเช็คว่าเรามีความคิดจนหรือรวย การเงินเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนต้องใส่ใจ แต่บ่อยครั้งเราอาจไม่รู้ตัวว่าวิธีคิดของเราเกี่ยวกับเงินนั้นเป็นอย่างไร? ความคิดของเรามีผลอย่างมากต่อการตัดสินใจทางการเงิน และนำไปสู่ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นความมั่งคั่ง หรือความยากจน ในบทความนี้ เราจะมาเรียนรู้วิธีเช็คว่าเรามีความคิดแบบคนจนหรือคนรวย พร้อมเคล็ดลับดีๆ จาก #ยีราฟพารวย ที่จะช่วยให้คุณบริหารเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น วิธีวัดความคิดจน/รวย วิธีง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณรู้ว่าตัวเองมีความคิดแบบคนจนหรือคนรวย คือการสังเกตพฤติกรรมการใช้จ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องซื้อของชิ้นใหญ่ เช่น รถยนต์ หรือบ้าน ตัวอย่างการซื้อรถและบ้าน การซื้อรถและบ้านเป็นตัวอย่างที่ดีในการวัดวิธีคิดทางการเงิน มาดูตัวอย่างการซื้อรถยนต์เพื่อเปรียบเทียบวิธีคิดของแต่ละแบบ วิธีคิดแบบคนจน: เก็บเงินไม่ถึงราคารถ/บ้านก็ซื้อ วิธีคิดแบบคนกลางๆ: มีเงินเท่ากับราคารถ/บ้านก็ซื้อ วิธีคิดแบบคนรวย: มีเงินเก็บมากกว่าราคารถ/บ้านหลายเท่าก่อนซื้อ ลองพิจารณาตัวอย่างการซื้อรถยนต์ราคา 2 ล้านบาท วิธีคิดแบบคนจน: ซื้อรถยนต์ในขณะที่ยังมีเงินเก็บไม่ถึง 2 ล้านบาท หรืออาจมีเงินเก็บเพียงเล็กน้อย วิธีคิดแบบคนกลางๆ: มีเงินเก็บ 2 ล้านบาทพอดี แล้วตัดสินใจซื้อรถยนต์ วิธีคิดแบบคนรวย: มีเงินเก็บมากกว่า 10-20 ล้านบาท ก่อนตัดสินใจซื้อรถยนต์ วิธีคิดแบบคนรวย วิธีคิดแบบคนรวยนั้นแตกต่างจากวิธีคิดแบบคนทั่วไปอย่างสิ้นเชิง พวกเขาให้ความสำคัญกับการมีเงินเก็บมากกว่าการใช้จ่าย มีเงินเก็บเกินราคาสินค้าหลายเท่า นี่คือหัวใจสำคัญของวิธีคิดแบบคนรวย พวกเขาจะไม่ซื้อของชิ้นใหญ่ ถ้ายังไม่มีเงินเก็บมากพอ…
-

มดดำมดแดงในโลกทาสเงิน: เข้าใจระบบการเงิน เพื่ออิสรภาพทางการเงิน #ยีราฟพารวย
มดดำมดแดงในโลกทาสเงิน ถ้าเพื่อนๆ อยากรวยและเข้าใจเรื่องการเงินอย่างแท้จริง บทความนี้คือจุดเริ่มต้นที่ดีครับ เพราะเราจะมาเปิดโลกทัศน์ใหม่เกี่ยวกับการเงิน ที่จะทำให้คุณมองเห็นภาพรวมของระบบ และเข้าใจว่าทำไมเราถึงยังติดอยู่ในวังวนของคำว่า “ทาสเงิน” แม้จะทำงานหนักแค่ไหนก็ตาม #ยีราฟพารวย จะพาคุณไปสำรวจโลกใบนี้อย่างเจาะลึก พร้อมเคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวข้ามขีดจำกัดทางการเงินได้ ระบบการสร้างธาตุเงินที่ไม่สิ้นสุด เพื่อนๆ รู้ไหมครับว่าระบบการเงินในปัจจุบันนั้นมีการสร้าง “ธาตุเงิน” หรือเงินกระดาษขึ้นมาอย่างไม่จำกัด เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบไปเรื่อยๆ เท่านั้นเอง ในทุกวันนี้ พวกเราทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ “ยีราฟ” ต่างก็เป็น “ธาตุ” ของเงินกระดาษเหล่านี้ เราใช้เวลาทั้งชีวิตไปกับการทำงานอย่างหนัก เพื่อแลกกับเศษกระดาษที่สามารถพิมพ์เพิ่มได้เรื่อยๆ โดยไม่มีที่สิ้นสุด การถูกปั่นให้ทะเลาะกันในโลก อีกหนึ่งกลไกที่น่าสนใจคือ การถูกปั่นให้เกิดความขัดแย้งและความแตกแยกในสังคม ลองนึกภาพตามนะครับ ถ้าเราเอามดดำและมดแดงมาใส่ไว้ในโหลเดียวกัน แล้วเขย่าโหลนั้น สิ่งที่จะเกิดขึ้นคืออะไร? มดดำจะโทษมดแดง และมดแดงก็จะโทษมดดำ แต่ทั้งคู่กลับไม่รู้เลยว่าคนที่เขย่าโหลคือ “เรา” ในโลกความเป็นจริงก็เช่นกัน เราถูกปั่นให้ทะเลาะเบาะแว้งกันไปมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง หรือเรื่องอื่นๆ ที่ทำให้เราหลงทางจากเป้าหมายหลัก นั่นคือ การสร้างอิสรภาพทางการเงิน ผู้ควบคุมอำนาจทางการเงินของโลก ใครคือผู้ที่กุมอำนาจสูงสุดในโลก? คำตอบคือ กลุ่มคนที่ควบคุมระบบการเงินของโลกทั้งใบ พวกเขาคือผู้ที่สามารถสั่งพิมพ์เงินเพิ่มได้ตามต้องการ เพื่อสร้าง “เงินเฟ้อ” และกดดันให้คนทั้งโลกตกเป็นทาสเงิน…
-

ทำแบบนี้ไม่รวยได้ไง? เคล็ดลับคนรวยระดับพันล้าน ดิว วีรวัฒน์ | Fintroduce
ทำแบบนี้ไม่รวยได้ไง “เคล็ดลับคนรวย” ระดับพันล้านคิดแบบนี้ ! | Fintroduce x ดิว วีรวัฒน์ EP.24 รายการ Fintroduce กลับมาพร้อมกับแขกรับเชิญสุดฮอต “ดิว วีรวัฒน์” นักลงทุนและผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินชื่อดัง ที่จะมาเปิดเผยเคล็ดลับการเงินระดับพันล้าน พร้อมเจาะลึกแนวคิดและวิธีการลงทุนที่ทำให้เขากลายเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จในปัจจุบัน ใน EP นี้ ดิวจะมาแบ่งปันประสบการณ์จริง มุมมองที่น่าสนใจ และคำแนะนำที่เป็นประโยชน์สำหรับทุกคนที่ต้องการสร้างความมั่นคงทางการเงินและก้าวสู่ความมั่งคั่ง อสังหาริมทรัพย์ vs หุ้นปันผล: ดิวเลือกอะไร? เมื่อถูกถามถึงการเลือกระหว่างอสังหาริมทรัพย์และหุ้นปันผล ดิว วีรวัฒน์ เลือกหุ้นปันผลเป็นอันดับแรก เพราะมีความคล่องตัวในการซื้อขายและสามารถทำเงินได้ด้วยตัวเองผ่านโทรศัพท์มือถือเพียงเครื่องเดียว อย่างไรก็ตาม ดิวก็ยังมองว่าอสังหาริมทรัพย์ก็เป็นทางเลือกที่ดี หากมีโอกาสได้ซื้อในราคาที่ถูกกว่าราคาประเมิน Passive Income: ต้องมีเงินต้นเท่าไหร่? ดิวได้ยกตัวอย่างการคำนวณเงินต้นที่ต้องใช้ในการสร้าง Passive Income โดยคำนวณจากผลตอบแทนจากหุ้นปันผล หากต้องการ Passive Income เดือนละ 30,000 บาท หรือปีละ 360,000 บาท และคาดหวังผลตอบแทนจากหุ้นปันผลที่ 5-7% ต่อปี…