Tag: การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
-

อัพเดทปี 2566 ! ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เสียยังไง คำนวณแบบไหน
อัพเดทปี 2566 ! ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เสียยังไง คำนวณแบบไหน | ศึก 12 ภาษี EP.7 สวัสดีครับ! ในยุคที่เศรษฐกิจมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เรื่องภาษีก็เป็นสิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง” ซึ่งเป็นภาษีที่เราต้องทำความเข้าใจและติดตามข่าวสารอยู่เสมอ เพื่อให้เราสามารถวางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในบทความนี้ เราจะมาเจาะลึกเรื่องภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง อัพเดทล่าสุดปี 2566 พร้อมวิธีคำนวณและข้อควรรู้ เพื่อให้คุณสามารถจัดการภาระภาษีได้อย่างถูกต้องและคุ้มค่าที่สุด ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างคืออะไร? ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นภาษีที่จัดเก็บจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ที่เราเป็นเจ้าของ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2563 เพื่อมาแทนที่ภาษีโรงเรือนและบำรุงท้องที่ และภาษีบำรุงท้องที่เดิม ภาษีที่ดิน VS ภาษีโรงเรือนและบำรุงท้องที่ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างได้เข้ามาแทนที่ภาษีโรงเรือนและบำรุงท้องที่ ซึ่งหมายความว่ากฎหมายใหม่นี้ได้เข้ามาปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดเก็บภาษีให้มีความทันสมัยและครอบคลุมมากขึ้น ความสำคัญของการอัปเดต เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงและอัปเดตข้อมูลเกี่ยวกับภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างอยู่เสมอ การติดตามข้อมูลล่าสุดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เราสามารถวางแผนทางการเงินและจัดการภาระภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้มีหน้าที่เสียภาษีคือใคร? ผู้ที่มีหน้าที่เสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างคือผู้ที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หรือผู้ครอบครองหรือทำประโยชน์ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล เจ้าของกรรมสิทธิ์ ผู้ที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามกฎหมาย จะมีหน้าที่ต้องเสียภาษี ผู้ครอบครองหรือทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐ ผู้ที่ครอบครองหรือทำประโยชน์ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของรัฐ เช่น ผู้เช่าที่ดินราชพัสดุ ก็มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเช่นกัน วันที่ต้องพิจารณาภาระภาษี ภาระภาษีจะพิจารณาจากสถานะความเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครอง ณ…
-

ประสบการณ์ตรงหากไม่ทำบัญชีทรัพย์สิน: บทเรียนราคาแพง
ประสบการณ์ตรงหากไม่ทำบัญชีทรัพย์สิน การจัดการทรัพย์สินเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน เช่น การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก หลายคนอาจเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดจากการละเลยการทำบัญชีทรัพย์สิน และอาจมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว แต่จากประสบการณ์ตรงของผู้เขียนเอง พบว่าการไม่ทำบัญชีทรัพย์สินนั้นนำมาซึ่งปัญหามากมายที่คาดไม่ถึง บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกถึงประสบการณ์จริง พร้อมทั้งแนวทางแก้ไข เพื่อให้คุณสามารถจัดการทรัพย์สินได้อย่างมีประสิทธิภาพและหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ปัญหาเมื่อไม่ทราบข้อมูลบัญชีธนาคาร หนึ่งในปัญหาแรกๆ ที่ต้องเผชิญเมื่อไม่ทำบัญชีทรัพย์สิน คือ การไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีธนาคารของผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความยุ่งยากในการจัดการทรัพย์สินทั้งหมด ความยากลำบากในการค้นหาบัญชีธนาคาร เมื่อไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีธนาคาร การค้นหาจึงต้องเริ่มต้นจากการสอบถามไปยังธนาคารต่างๆ ซึ่งเป็นกระบวนการที่ใช้เวลานานและอาจต้องเดินทางไปยังหลายสาขา นอกจากนี้ ยังต้องเตรียมเอกสารต่างๆ เพื่อยืนยันตัวตนและแสดงความเกี่ยวข้องกับผู้เสียชีวิต ทำให้เสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย การเสียเวลาในการตามหาบัญชี การตามหาบัญชีธนาคารที่ไม่ทราบข้อมูลนั้น เปรียบเสมือนการงมเข็มในมหาสมุทร เพราะไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหน และต้องใช้เวลานานเท่าไหร่กว่าจะพบข้อมูลที่ต้องการ ยิ่งมีบัญชีธนาคารหลายแห่ง ก็ยิ่งเพิ่มความซับซ้อนและความยุ่งยากในการจัดการ ความยุ่งยากในการติดตามทรัพย์สิน นอกเหนือจากปัญหาเกี่ยวกับบัญชีธนาคารแล้ว การไม่ทำบัญชีทรัพย์สินยังส่งผลกระทบต่อการติดตามทรัพย์สินอื่นๆ อีกด้วย ทำให้เกิดความยุ่งยากในการจัดการและอาจนำไปสู่ความเสียหายที่คาดไม่ถึง ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับที่ตั้งทรัพย์สิน เมื่อไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สินต่างๆ เช่น ที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ หรือแม้แต่ทรัพย์สินส่วนตัวอื่นๆ การระบุตำแหน่งที่ตั้งของทรัพย์สินเหล่านั้นจึงเป็นเรื่องยากลำบาก อาจต้องใช้เวลานานในการค้นหาและตรวจสอบข้อมูล ซึ่งอาจทำให้พลาดโอกาสในการจัดการทรัพย์สินได้อย่างทันท่วงที การเปลี่ยนแปลงมูลค่าทรัพย์สินที่ไม่ถูกติดตาม ทรัพย์สินบางประเภทมีการเปลี่ยนแปลงมูลค่าอยู่เสมอ เช่น ที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ หรือการลงทุนต่างๆ หากไม่ติดตามข้อมูลเหล่านี้อย่างใกล้ชิด อาจทำให้ไม่ทราบถึงมูลค่าที่แท้จริงของทรัพย์สิน…
-

ทำแบบนี้ไม่รวยได้ไง? เคล็ดลับคนรวยระดับพันล้าน ดิว วีรวัฒน์ | Fintroduce
ทำแบบนี้ไม่รวยได้ไง “เคล็ดลับคนรวย” ระดับพันล้านคิดแบบนี้ ! | Fintroduce x ดิว วีรวัฒน์ EP.24 รายการ Fintroduce กลับมาพร้อมกับแขกรับเชิญสุดฮอต “ดิว วีรวัฒน์” นักลงทุนและผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินชื่อดัง ที่จะมาเปิดเผยเคล็ดลับการเงินระดับพันล้าน พร้อมเจาะลึกแนวคิดและวิธีการลงทุนที่ทำให้เขากลายเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จในปัจจุบัน ใน EP นี้ ดิวจะมาแบ่งปันประสบการณ์จริง มุมมองที่น่าสนใจ และคำแนะนำที่เป็นประโยชน์สำหรับทุกคนที่ต้องการสร้างความมั่นคงทางการเงินและก้าวสู่ความมั่งคั่ง อสังหาริมทรัพย์ vs หุ้นปันผล: ดิวเลือกอะไร? เมื่อถูกถามถึงการเลือกระหว่างอสังหาริมทรัพย์และหุ้นปันผล ดิว วีรวัฒน์ เลือกหุ้นปันผลเป็นอันดับแรก เพราะมีความคล่องตัวในการซื้อขายและสามารถทำเงินได้ด้วยตัวเองผ่านโทรศัพท์มือถือเพียงเครื่องเดียว อย่างไรก็ตาม ดิวก็ยังมองว่าอสังหาริมทรัพย์ก็เป็นทางเลือกที่ดี หากมีโอกาสได้ซื้อในราคาที่ถูกกว่าราคาประเมิน Passive Income: ต้องมีเงินต้นเท่าไหร่? ดิวได้ยกตัวอย่างการคำนวณเงินต้นที่ต้องใช้ในการสร้าง Passive Income โดยคำนวณจากผลตอบแทนจากหุ้นปันผล หากต้องการ Passive Income เดือนละ 30,000 บาท หรือปีละ 360,000 บาท และคาดหวังผลตอบแทนจากหุ้นปันผลที่ 5-7% ต่อปี…
-

ผมไม่ได้ไม่เห็นด้วยกับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์: มุมมองที่แตกต่าง
ผมไม่ได้ไม่เห็นด้วยกับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หลายคนอาจเคยได้ยินคำแนะนำเรื่องการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะคอนโดให้เช่าว่าเป็นทางเลือกที่ดี แต่ในความเป็นจริงแล้ว การลงทุนประเภทนี้อาจไม่ได้ให้ผลตอบแทนที่น่าดึงดูดใจเสมอไป บทความนี้จะมาเปิดมุมมองที่แตกต่าง พร้อมเปรียบเทียบผลตอบแทนจากการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์กับทางเลือกอื่น ๆ เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจลงทุนได้อย่างชาญฉลาดมากยิ่งขึ้น #finnomenashorts #fintroduceshort ทำไมคำแนะนำเรื่องลงทุนคอนโดให้เช่าถึง ‘โง่’? คำถามนี้อาจทำให้หลายคนสงสัย แต่เมื่อพิจารณาถึงผลตอบแทนและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องแล้ว คำถามนี้ก็มีเหตุผลที่น่าสนใจ ผลตอบแทนจากการเช่าคอนโด โดยทั่วไปแล้ว การลงทุนในคอนโดให้เช่ามักจะให้ผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าอยู่ที่ประมาณ 4-6% ต่อปี ซึ่งถือว่าเป็นผลตอบแทนที่ไม่สูงมากนัก เมื่อเทียบกับความเสี่ยงและความยุ่งยากในการจัดการ เปรียบเทียบกับตราสารหนี้ ในขณะเดียวกัน ตราสารหนี้ของสหรัฐอเมริกา (US Treasury) กลับให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจกว่า โดยมีอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ประมาณ 4.5-5% ต่อปี ซึ่งมีความเสี่ยงที่ต่ำกว่ามาก เนื่องจากรัฐบาลสหรัฐฯ เป็นผู้ค้ำประกัน สรุป: เมื่อพิจารณาจากผลตอบแทนและความเสี่ยงที่แตกต่างกัน การลงทุนในตราสารหนี้อาจเป็นทางเลือกที่น่าสนใจกว่าการลงทุนในคอนโดให้เช่า อสังหาริมทรัพย์ที่ดีมีอยู่จริง แม้ว่าการลงทุนในคอนโดให้เช่าอาจไม่น่าสนใจเท่าที่ควร แต่อสังหาริมทรัพย์ที่ดีก็ยังมีอยู่จริง เพียงแต่ต้องพิจารณาปัจจัยหลายอย่างประกอบกัน ตัวอย่างอสังหาริมทรัพย์ที่ดี อสังหาริมทรัพย์ที่ดีมักจะอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพในการเติบโต เช่น นิวยอร์ก หรือฮ่องกง ซึ่งเป็นเมืองที่มีข้อจำกัดในการสร้างอาคารใหม่ ทำให้มูลค่าของอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยที่ทำให้มูลค่าอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น ทำเล: ทำเลที่ดีเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ เช่น ใกล้แหล่งคมนาคม, แหล่งงาน,…
