เร่งสปีดสร้างความมั่งคั่งจากทุนจำกัด? เปิดเส้นทาง 3 ขั้นตอนสู่ ‘Leverage’ ที่เปลี่ยนชีวิตการเงิน
เคยสงสัยกันไหมครับว่าเราจะเร่งสปีดการสร้างความมั่งคั่งได้อย่างไร โดยเฉพาะเวลาที่เราเริ่มต้นจากทรัพยากรที่จำกัด วันนี้เราจะมาเจาะลึกเส้นทาง 3 ขั้นตอนที่อาจจะเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องการเงินไปเลยก็ได้ครับ ก่อนอื่นเลยเรามาทำความเข้าใจคำสำคัญคำหนึ่งกันก่อนนะครับ นั่นคือคำว่า “Leverage” หลายคนพอได้ยินแล้วอาจจะนึกถึงหนี้สินหรืออะไรที่น่ากลัว แต่จริงๆ แล้วแก่นของมันคือพลังทวีครับ มันคือศิลปะของการใช้เครื่องมืออะไรก็ได้เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่มันใหญ่กว่าแรงที่เราใส่เข้าไปหลายเท่าตัว
ทำความเข้าใจ ‘Leverage’ พลังทวีทางการเงิน
หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า “Leverage” กันมาบ้างแล้ว แต่รู้หรือไม่ว่าจริงๆ แล้วมันคืออะไรกันแน่? และมันสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการเงินได้อย่างไร?
ความหมายของ Leverage
Leverage คือการใช้เครื่องมือเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ใหญ่กว่าแรงที่ใส่เข้าไป มันเหมือนกับการใช้คานงัดเพื่อยกของหนักๆ โดยใช้แรงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ในโลกการเงิน Leverage ก็มีหลักการคล้ายกัน คือการใช้เครื่องมือทางการเงินต่างๆ เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้น
Leverage กับการเงิน: การใช้เครื่องมือเพื่อสร้างผลลัพธ์
ข่าวดีก็คือหลักการเดียวกันนี้มันเอามาใช้กับการเงินได้เหมือนกันครับ นึกภาพตามง่ายๆ นะครับ สมมติเราไลฟ์สดแค่ช่วงเดียวแต่กลับสร้างยอดคนดูรวมกันได้เป็นพันๆ ชั่วโมง แบบนี้แหละครับคือการ leverage เวลาของเรา และในการเงินก็เช่นกัน เราสามารถใช้ Leverage เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้
3 ขั้นตอนสู่การเติบโตแบบก้าวกระโดด
เส้นทางที่เราจะคุยกันวันนี้เนี่ยมันถูกแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอนที่สำคัญมากๆ ที่จะปูทางไปสู่การเติบโตแบบก้าวกระโดด เรามาเริ่มกันที่ด่านแรกกันเลยดีกว่าครับ ซึ่งเป็นหัวใจของทุกอย่างเลย
ขั้นตอนที่ 1: รากฐานการออม
ก่อนที่เราจะ leverage ด้วยจรวดทางการเงินได้เนี่ย เราต้องมีฐานปล่อยจรวดที่มันแข็งแรงมากๆ ซะก่อน และนี่คือความจริงที่ผมว่าหลายคนอาจจะมองข้ามไปนะครับ นั่นก็คือการออมเนี่ยเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคนจริงๆ แต่การลงทุนไม่ใช่ครับ ถ้าเปรียบเทียบนะ การออมมันเหมือนเป็นตาข่ายนิรภัยที่คอยรองรับเราอยู่เสมอ ในขณะที่การลงทุนเนี่ยมันเหมือนการเดินบนเส้นลวดเลยครับ ที่ต้องอาศัยการฝึกฝนอย่างหนัก
การออมเงินมันไม่ใช่แค่การมีเงินเก็บในบัญชีนะครับ แต่มันคือการสร้างความสงบในใจขึ้นมา พอเรามีเงินสำรองที่มั่นคง เราจะกล้าคิดการไกล ไม่ตื่นตระหนกไปกับปัญหาระยะสั้นๆ และนี่แหละครับคือเกราะป้องกันทางจิตใจที่สำคัญที่สุดเลยสำหรับนักลงทุน
ขั้นตอนที่ 2: สนามฝึกฝนทักษะการลงทุน
ทีนี้พอเรามีฐานที่มั่นคงแล้วก็ได้เวลาเข้าสู่ขั้นตอนที่ 2 ครับ นั่นก็คือสนามฝึกฝนทักษะการลงทุน ด่านนี้แหละครับคือด่านที่เราจะเปลี่ยนความรู้จากในตำราให้กลายเป็นประสบการณ์จริงในสนาม และนี่คือความจริงที่อาจจะฟังดูโหดร้ายนิดนึงนะครับ สำหรับสนามนี้คือคนส่วนใหญ่มากถึง 80% ล้มเหลว มีแค่ส่วนน้อยจริงๆ ที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งนี่ก็คือเหตุผลว่าทำไมขั้นตอนนี้ถึงสำคัญมาก มันคือด่านที่ใช้คัดกรองของจริงเลยครับ
ก็เพราะว่าในสนามรบการลงทุนเนี่ย หัวใจมันสำคัญกว่าสมองซะอีกครับ ความสำเร็จไม่ได้วัดกันที่ IQ หรือความฉลาดอย่างเดียวเลยนะ แต่เป็นการควบคุมอารมณ์และประสบการณ์ที่สั่งสมมาจากการผ่านร้อนผ่านหนาวในตลาดจริงๆ ขนาดนักลงทุนระดับตำนานอย่าง ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ท่านยังใช้เวลาเป็น 10 ปีเลยนะครับ ในการรับคมฝีมือด้วยเงินของตัวเองล้วนๆ ก่อนที่จะใช้พลังทวีในจังหวะที่เหมาะสมจริงๆ นี่คือบทพิสูจน์ชั้นดีเลยค่ะว่าประสบการณ์คือสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้
ขั้นตอนที่ 3: Leverage
และแล้วเราก็มาถึงขั้นตอนสุดท้ายที่เป็นเหมือนตัวเปลี่ยนเกมเลยครับ นั่นก็คือ leverage นี่คือจุดที่ประสบการณ์และความรู้ทั้งหมดที่สั่งสมมาจะถูกขยายพลังให้เติบโตแบบติดจรวดเลยที
แต่เดี๋ยวก่อน หลายคนอาจจะกำลังคิดในใจว่า ในเมื่อการลงทุนมันก็เสี่ยงมากพออยู่แล้ว ทำไมเราต้องไปเพิ่มความเสี่ยงด้วยการใช้ leverage อีก คำถามนี้ดีมากครับ ก็เพราะว่าสำหรับคนส่วนใหญ่ที่ไม่ได้มีเงินถุงเงินถังมาตั้งแต่แรก leverage ไม่ใช่การพนันเลยครับ แต่มันคือบันไดที่จะช่วยให้เราเอาชนะข้อจำกัดเรื่องเงินทุน แล้วก็เร่งสปีดการสร้างความมั่งคั่งให้ทันกับโอกาสดีๆ ที่เข้ามาในชีวิตนั่นเองครับ
ตัวอย่างการใช้ Leverage ในโลก DeFi
ให้เห็นภาพกันแบบชัดๆ เลยนะ เรามาดูตัวอย่างจริงๆ กันดีกว่าครับว่าการใช้ leverage ในโลกการเงินยุคใหม่ หรือที่เขาเรียกกันว่า DeFi ซึ่งเป็นระบบการเงินที่เปิดกว้างและทำให้เราเข้าถึงเครื่องมือพวกนี้ได้ง่ายขึ้นเนี่ย มันทำงานยังไง
การใช้ ETH เป็นหลักประกันเพื่อกู้ยืม
สมมติว่าเราเริ่มต้นด้วยสินทรัพย์ดิจิทัลที่ชื่อ Ethereum หรือ ETH จำนวน 10 เหรียญนะครับ นี่คือเงินทุนตั้งต้นของเราเลย จากนั้นเราก็เอา 10 ETH ที่มีอยู่นี่แหละครับ ไปเป็นหลักประกันเพื่อกู้ยืมเพิ่มออกมาอีก 5 ETH สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ตอนนี้พอร์ตของเราใหญ่ขึ้นเป็น 15 ETH แล้ว โดยที่เราไม่ได้ควักเงินสดเพิ่มเลยแม้แต่บาทเดียวครับ
การขยายพอร์ตด้วยการทบต้น
และเมื่อมูลค่าของ ETH ที่เราถืออยู่มันเพิ่มสูงขึ้น อำนาจในการค้ำประกันของเราก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทำให้เราสามารถทำกระบวนการเดิมซ้ำได้อีก เพื่อขยายพอร์ตให้ใหญ่ขึ้นไปอีกเป็น 20 ETH นี่แหละครับคือพลังของการทบต้นด้วย leverage ฟังดูน่าทึ่งใช่ไหมครับ
ความเสี่ยงที่แท้จริงของ Leverage
แต่ในใจก็คงรู้สึกว่ามันอันตรายมากๆ ซึ่งก็ถูกครับ แต่ความเสี่ยงที่แท้จริงของมันเนี่ย อาจจะไม่ใช่สิ่งที่เราคิดกัน หัวใจของมันอยู่ตรงนี้เลยครับ ตัว leverage เองเนี่ยมันไม่ใช่ความเสี่ยง แต่ขนาดของสถานะ หรือ position sizing ที่เราลงไปต่างหากคือความเสี่ยงของจริง มันเหมือนมีดนะครับ ตัวมีดเองมันไม่อันตราย แต่การเอาไปใช้อย่างประมาทต่างหากที่อันตราย
เหมือนกับคำพูดที่ว่า ความเสี่ยงของเงินกู้ 10 ล้าน ไม่ใช่ตัวเงิน 10 ล้าน แต่คือค่าผ่อนเดือนละ 50,000 ที่เราจ่ายไม่ไหวมันคือเรื่องของกระแสเงินสดและความสามารถในการบริหารจัดการครับ ไม่ใช่ขนาดของตัวหนี้สิน
การบริหารจัดการความเสี่ยง
เพราะฉะนั้นเราสามารถเปลี่ยนความเสี่ยงให้กลายเป็นสิ่งที่ควบคุมได้ค่ะ ด้วยหลักการง่ายๆ เลย อย่างเช่น กู้ยืมในสัดส่วนที่ต่ำเมื่อเทียบกับหลักประกันที่เรามี และต้องมีแผนสำรองที่ชัดเจนเสมอว่าจะลดขนาดการเดิมพันลงเมื่อไหร่และอย่างไร จะเห็นได้เลยนะครับว่าเส้นทาง 3 ขั้นตอนที่เราคุยกันมาทั้งหมดเนี่ย มันไม่ใช่การบอกให้กระโจนเข้าไปเสี่ยงเลยแม้แต่น้อย แต่เป็นการค่อยๆ สร้างบันไดทีละขั้น จากการออมที่มั่นคง ไปสู่การฝึกฝนจนชำนาญ และสุดท้ายคือการใช้เครื่องมือทวีคูณอย่างชาญฉลาดครับ
สุดท้ายนี้ ผมก็อยากจะทิ้งคำถามไว้ให้เราได้คิดกันต่อนะครับว่า ในยุคที่เครื่องมือทางการเงินทรงพลังมันอยู่ใกล้แค่ปลายนิ้วแบบนี้ ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดอาจจะไม่ใช่ตัวเครื่องมือเหล่านั้น แต่คือการไม่เรียนรู้ที่จะใช้มันอย่างชาญฉลาดใช่หรือไม่ครับ
การเดินทางสู่ความมั่งคั่งเริ่มต้นจากการวางแผนทางการเงินที่ดี หากคุณต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทุนและการใช้ leverage เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทน ปรึกษาการเงินฟรีกับผู้เชี่ยวชาญ คลิกเพื่อแอดไลน์
👉 คลิกที่นี่เพื่อแอดไลน์
แอดไลน์เพื่อรับสูตรการเงินดี ๆ ก่อนใคร 👇

Leave a Reply