หาเงินได้เยอะ แต่ไม่เคยรวยขึ้นเลย? | 4 ขั้นตอนจัดการเงินสไตล์ The Money Coach
เรื่องเงินๆ ทองๆ ก็เหมือนสุขภาพร่างกายของเราเลยนะครับ ต้องดูแลให้ดีอยู่เสมอ วันนี้เราจะมาถอดบทเรียนสำคัญจาก The Money Coach กันครับ ว่าจะทำยังไงให้สถานะการเงินของเราแข็งแกร่งขึ้นมาได้ หลายคนคงเคยรู้สึกว่าหาเงินได้มากขึ้นทุกปี เงินเดือนก็ขึ้น แต่ทำไมไม่เคยรู้สึกว่ารวยขึ้นเลยสักที เงินเก็บก็เท่าเดิม บางทีแย่กว่าเดิมอีก วันนี้เรามีคำตอบมาฝากครับ
ทำไมหาเงินได้เยอะ แต่ไม่รวยขึ้น?
กุญแจสำคัญสู่ความมั่งคั่งที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ว่าเราหาเงินได้เท่าไหร่ แต่อยู่ที่ว่าเรารู้จักจัดการเงินที่หามาได้ดีแค่ไหนต่างหาก เพราะถ้าแค่มีเงินเยอะๆ แล้วจะรวยได้จริง คนที่ถูกหวยรางวัลที่ 1 ป่านนี้ก็คงเป็นเศรษฐีกันหมดแล้ว แต่ในความเป็นจริงเป็นยังไงครับ ส่วนใหญ่กลับไปจนเหมือนเดิม
วินิจฉัย: สาเหตุของปัญหาทางการเงิน
มาวินิจฉัยกันดูหน่อยสิครับว่าไอ้อาการที่เราหาเงินได้เยอะแต่ไม่รวยขึ้นเนี่ย มันมีสาเหตุมาจากอะไรกันแน่ สาเหตุหลักๆ เลยมันมาจากกฎที่เรียกว่า กฎของพาร์กินสัน
กฎของพาร์กินสัน
ถ้าพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ ไม่ว่ารายรับเราจะเพิ่มขึ้นแค่ไหนก็ตาม รายจ่ายมันก็จะพองตัวตามขึ้นไปจนเต็มเพดานรายรับของเราได้เสมอนึกภาพตามนะครับ พอเงินเดือนขึ้นปุ๊บ โทรศัพท์เครื่องใหม่ต้องมา บุฟเฟ่ต์มื้อที่แพงขึ้นต้องมี มันเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ นี่แหละครับตัวการสำคัญ
ผลกระทบของกฎพาร์กินสัน
การใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นตามรายได้ ทำให้เราไม่สามารถเก็บเงินได้ หรือเก็บได้น้อยลงกว่าที่ควรจะเป็น ส่งผลให้เราไม่สามารถบรรลุเป้าหมายทางการเงินได้ตามที่ตั้งใจไว้
ตรวจสุขภาพการเงิน: ทรัพย์สิน vs หนี้สิน
เหมือนโรงพยาบาลเลยนะฮะ ต้องเซย์เรย์ ต้องดูผลเลือดกันหน่อยว่าตอนนี้ร่างกาย เอ้ย สถานะการเงินของเราเป็นยังไงกันแน่ และจุดที่ต้องทำความเข้าใจใหม่หมดจดเลยก็คือคำว่า ทรัพย์สิน กับ หนี้สิน ครับ
ทรัพย์สินคืออะไร?
ลืมเรื่องแยกๆ ทางบัญชีไปก่อนเลยนะ จำง่ายๆ แค่นี้พอครับ ทรัพย์สินคืออะไรก็ตามที่เอาเงินเข้ากระเป๋า
หนี้สินคืออะไร?
หนี้สินคืออะไรก็ได้ที่ดึงเงินออกจากกระเป๋า แค่นี้เลยครับง่ายๆ แบบนี้เลย
ตัวอย่าง: บ้านและรถยนต์
ทีนี้แหละครับคือจุดที่หลายคนอาจจะเอ๊ะขึ้นมาในใจ แล้วบ้านที่ผ่อนอยู่ล่ะ รถที่ขับอยู่ล่ะ มันคือทรัพย์สินไม่ใช่เหรอ คำตอบตามนิยามเมื่อกี้ก็คือไม่ใช่ครับ เพราะบ้านที่เราอยู่เองมันดึงเงินค่าผ่อนออกจากกระเป๋าทุกเดือน รถยนต์ส่วนตัวก็เหมือนกัน มีแต่ดึงเงินออกไปทั้งค่าผ่อน ค่าน้ำมัน ค่าซ่อม ดังนั้นในทางกระแสเงินสดแล้วมันคือหนี้สิน การเข้าใจจุดนี้ให้เคลียร์เป็นจุดเปลี่ยนชีวิตได้เลยนะ
ใบสั่งยา: 4 ขั้นตอนสู่สุขภาพการเงินที่ดี
ตรวจร่างกายเสร็จแล้วก็มารับยา เอ้ย รับใบสั่งยากันต่อเลยครับ
สร้างนิสัยการออม
ข้อแรกที่ต้องทำเลยนะคือการสร้างนิสัยการออมครับ แล้วทำไมเรื่องนี้ถึงด่วนมากน่ะล่ะครับ เพราะดูตัวเลขนี้สิครับ 54% นี่คือตัวเลขของคนไทยที่ไม่มีเงินออมเลย แม้แต่บาทเดียว โอ้โห เกินครึ่งประเทศนะครับ นี่คือสัญญาณเตือนภัยดังๆ เลยว่าเรื่องนี้มันรอไม่ได้แล้วจริงๆ
วิธีการออมเงิน
แล้วจะทำยังไงล่ะถึงจะออมได้สำเร็จ หลักการสำคัญมันอยู่ตรงนี้ครับ เงินที่มองไม่เห็นคือเงินที่ไม่ได้ใช้ มันคือเรื่องจริงเลยนะ นึกถึงกองทุนสำรองเลี้ยงชีพสิครับ ที่บริษัทหักไปก่อนเราจะเห็นเงินเดือนซะอีก เราเลยไม่รู้สึกว่าเสียอะไรไป นั่นแหละครับเราต้องทำแบบนั้นเลย วิธีการก็ง่ายมากๆ เลยครับ ทำตามนี้เลยนะ
- ไปเปิดบัญชีใหม่ บัญชีนี้มีไว้เก็บอย่างเดียว ห้ามแตะ
- ตั้งโอนเงินอัตโนมัติจากบัญชีเงินเดือนเข้าบัญชีนี้
- ตั้งเวลาโอนให้เป็นวันรุ่งขึ้นหลังจากเงินเดือนออก อันนี้สำคัญมากนะฮะ
- เริ่มต้นง่ายๆ ก่อนที่ 10% ของรายได้ แล้วบัญชีนี้ ย้ำเลยนะ ทำให้มันถอนยากที่สุด ไม่ต้องทำบัตร ATM ไม่ต้องทำแอป นี่แหละครับคือการจ่ายให้ตัวเองก่อนที่เวิร์คที่สุดแล้ว
จัดการหนี้สินอย่างฉลาด
โอเค พอมีกรอบป้องกันเป็นเงินออมแล้ว ก็ถึงเวลาไปจัดการกับศัตรูตัวฉกาจของใครหลายๆ คน นั่นก็คือหนี้สินครับ มาดูแผนการรักษากันดีกว่าว่าจะจัดการมันอย่างฉลาดได้ยังไง
เช็คลิสต์: สัญญาณเตือนภัยทางการเงิน
ก่อนอื่นเลยมาเช็คลิสต์กันหน่อยว่าสถานการณ์ของเรามันเข้าขั้นวิกฤตแล้วหรือยัง ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งใน 3 ข้อนี้คือสัญญาณสีแดงเลยนะครับ
- จ่ายบัตรเครดิตแค่ขั้นต่ำตลอด
- ยอดผ่อนหนี้ทั้งหมดรวมกันเกิน 30% ของรายได้
- ซึ่งอันตรายที่สุดคือการหมุนหนี้ กู้บัตรใหม่โปะบัตรเก่า ถ้าเป็นแบบนี้อยู่ต้องหยุดทันทีเลยนะครับ
หยุดสร้างหนี้ใหม่
แล้วไม่ว่าแผนการจะดีเลิศแค่ไหน มันจะไม่มีวันสำเร็จเลยครับ ถ้าเรายังไม่ทำสิ่งนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดในการปลดหนี้ก็คือ หยุด หยุดสร้างหนี้ใหม่เดี๋ยวนี้ เพราะมันก็เหมือนเราพยายามวิดน้ำออกจากเรือที่รั่ว แต่มืออีกข้างก็ยังเจาะรูเพิ่มอยู่ มันไม่มีทางหมดหรอกครับ ต้องอุดรูก่อน ต้องหยุดให้ได้ก่อน
รวบรวมและวิเคราะห์หนี้สิน
พอหยุดได้แล้ว ขั้นต่อไปคือการยอมรับความจริงครับ เราต้องกล้าหาญรวบรวมใบแจ้งหนี้ทุกใบ แล้วเอามากางดูเลย ลิสต์ออกมาให้หมด แบบนี้ ชื่อหนี้อะไร ยอดเหลือเท่าไหร่ จ่ายขั้นต่ำเดือนละกี่บาท หลายคนไม่กล้าทำขั้นตอนนี้เพราะกลัว แต่เชื่อเถอะครับว่าการไม่รู้สถานการณ์ที่แท้จริงมันน่ากลัวกว่าเยอะ
กลยุทธ์การปลดหนี้แบบ Snowball
พอเห็นภาพรวมแล้วก็มาถึงกลยุทธ์การรบครับ วิธีที่เวิร์คมากๆ เลยนะคือ
- หนี้ทุกตัวให้จ่ายแค่ขั้นต่ำไปก่อน
- เงินที่เหลือทั้งหมดที่เราหามาได้ ทุ่มไปที่หนี้เป้าหมายเบอร์ 1 ตัวเดียวเลย โปะเข้าไป
- พอหนี้เบอร์ 1 หมดปุ๊บ ให้เอาเงินก้อนใหญ่ที่เราเคยจ่ายหนี้ตัวที่ 1 เนี่ยทั้งหมดเลยนะ ไปรวมพลังกับเงินที่จ่ายหนี้เบอร์ 2 แล้วก็ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ วิธีนี้เรียกว่า สโนว์บอล หรือลูกบอลหิมะ พลังทำลายล้างมันจะสูงขึ้นเรื่อยๆ เลยครับ
Money Fitness: เสาหลัก 6 ต้นสู่ความมั่นคงทางการเงิน
พอเราเริ่มออมเงินได้ เริ่มจัดการหนี้เป็นระบบ ทีนี้เรามาดูภาพใหญ่กันบ้างดีกว่าว่าเป้าหมายปลายทาง หรือการมีสุขภาพการเงินที่ฟิตเปรี๊ยะเนี่ย หน้าตามันเป็นยังไง คำว่า Money Fitness ที่สมบูรณ์แบบเนี่ย มันจะตั้งอยู่บนเสาหลัก 6 ต้นนี้ครับ
สภาพคล่องที่ดี
มีเงินสดสำรองพร้อมใช้จ่ายในยามฉุกเฉิน
ไม่มีหนี้บริโภค
หลีกเลี่ยงการก่อหนี้ที่ไม่จำเป็น เช่น หนี้บัตรเครดิต
การป้องกันความเสี่ยง
มีการทำประกันชีวิต ประกันสุขภาพ เพื่อลดความเสี่ยงทางการเงิน
เงินสำรองฉุกเฉิน
มีเงินสำรองฉุกเฉินเผื่อไว้อย่างน้อยสัก 6 เดือน
การจัดการภาษี
มีการวางแผนภาษี เพื่อลดภาระภาษี
เงินทุนเพื่อการเกษียณ
มีการวางแผนการลงทุนเพื่อการเกษียณ
ถ้ามีครบทั้ง 6 ข้อนี้ บอกเลยว่านั่นคือความสบายใจทางการเงินของจริงเลยครับ
หากคุณต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการเงินและการวางแผนทางการเงิน ปรึกษาการเงินฟรีกับผู้เชี่ยวชาญ คลิกเพื่อแอดไลน์
👉 คลิกที่นี่เพื่อแอดไลน์
แอดไลน์เพื่อรับสูตรการเงินดี ๆ ก่อนใคร 👇

Leave a Reply