Category: แนวคิดเศรษฐศาสตร์

  • ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจโลก: สมรภูมิความคิด 300 ปี ที่กำหนดเงินในกระเป๋าเรา

    ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจโลก: สมรภูมิความคิด 300 ปี ที่กำหนดเงินในกระเป๋าเรา

    ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจโลก: สมรภูมิความคิด 300 ปี ที่กำหนดเงินในกระเป๋าเราวันนี้ เคยสงสัยกันไหมว่าทำไมเวลาเราเปิดข่าวเศรษฐกิจ เราถึงได้ยินเรื่องเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา เรื่องหนี้สาธารณะเอย การค้าเสรีเอย หรือทำไมธนาคารกลางถึงมีบทบาทสำคัญขนาดนั้น? จริงๆ แล้วคำตอบของทุกคำถามพวกนี้ซ่อนอยู่ในประวัติศาสตร์ครับ เป็นเรื่องราวการต่อสู้ทางความคิดที่สนุกและเข้มข้นมากๆ ซึ่งวันนี้เราจะมาเจาะลึกไปพร้อมๆ กัน เรื่องพวกนี้ไม่ใช่แค่การเถียงกันเรื่องตัวเลขในห้องประชุมนะครับ แต่มันคือสมรภูมิทางความคิดของจริงเลยที่สู้กันมาเป็นร้อยๆ ปี และก็ยังสู้กันไม่จบจนถึงทุกวันนี้ จากทองคำ สู่มือที่มองไม่เห็น เราจะย้อนเวลาไปดูจุดเปลี่ยนสำคัญในประวัติศาสตร์กัน ไปดูกันว่าวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ๆ มันให้กำเนิดนักคิดและทฤษฎีที่เปลี่ยนโลกไปตลอดกาลได้อย่างไร ลัทธิพาณิชยนิยม ลองจินตนาการย้อนกลับไปในยุคที่ความมั่งคั่งของประเทศไม่ได้วัดกันที่ GDP หรือความเป็นอยู่ของประชาชนนะครับ แต่วัดกันง่ายๆ เลยว่าในคลังของรัฐมีทองคำเก็บอยู่เยอะแค่ไหน นั่นแหละครับคือหัวใจของลัทธิพาณิชยนิยม เป้าหมายมีอย่างเดียวเลยคือทำยังไงก็ได้ให้ทองคำไหลเข้าประเทศเราให้มากที่สุด และไหลออกจากประเทศเราให้น้อยที่สุด ความคิดแบบนี้ยังแฝงตัวอยู่ในนโยบายเศรษฐกิจยุคใหม่อย่างการตั้งกำแพงภาษี การกีดกันทางการค้าที่มองว่าการค้าเนี่ยเป็นเกมที่ต้องมีคนแพ้คนชนะ ถ้าเราขาดดุลการค้าก็คือเราแพ้ ทั้งหมดนี้คือรากความคิดที่มาจากลัทธิพาณิชยนิยม การค้าเสรี: แนวคิดของ Adam Smith และมือที่มองไม่เห็น โลกดำเนินมาแบบนี้หลายร้อยปี จนกระทั่งในปี 1776 ก็มีชายคนนึงชื่อ Adam Smith โผล่ขึ้นมาแล้วบอกว่าเดี๋ยวก่อน ที่ทำกันมาทั้งหมดเนี่ยมันอาจจะผิด เขาบอกว่าความมั่งคั่งของโลกไม่ใช่เค้กที่มีขนาดจำกัดที่ต้องแย่งกันนะครับ แต่เราสามารถทำให้เค้กก้อนนี้มันใหญ่ขึ้นได้เรื่อยๆ และกุญแจสำคัญที่จะทำให้เค้กมันใหญ่ขึ้นได้ก็คือการค้าเสรี แนวคิดที่โด่งดังที่สุดของ…