Tag: เศรษฐศาสตร์
-

ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจฉบับ ‘วัวหายล้อมคอก’ จาก Adam Smith ถึง Friedman
ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจฉบับ ‘วัวหายล้อมคอก’: ทฤษฎีเปลี่ยนโลกจาก Adam Smith, Keynes สู่ Friedman เคยสงสัยกันไหมว่าเบื้องหลังเรื่องใหญ่ๆ อย่างหนี้สาธารณะ หรือนโยบายของธนาคารกลางที่ส่งผลกระทบต่อเงินในกระเป๋าเราทุกคนนั้นมีอะไรเป็นตัวกำหนด? คำตอบคือทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ครับ เป็นเหมือนพิมพ์เขียวที่มองไม่เห็น ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นมาลอยๆ แต่มีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายร้อยปี และวันนี้เราจะมาแกะรอยเส้นทางของมันกัน มีคนเปรียบเทียบไว้น่าสนใจมากว่า พวกเราอาจจะเหมือนปลาที่ไม่เคยรู้ตัวเลยว่าตัวเองกำลังว่ายอยู่ในน้ำ ซึ่งน้ำที่ว่านี้ก็คือทฤษฎีเศรษฐศาสตร์นี่แหละครับ มันอยู่รอบตัวเราตลอดเวลา กำหนดการตัดสินใจของรัฐบาล และชีวิตประจำวันของเรา แต่เรากลับมองไม่เห็นมัน เหมือนกับที่ปลาไม่เคยเห็นน้ำเลย Mercantilism: ยุคทองคำและสงครามการค้า ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ใหญ่ๆ ที่เปลี่ยนโลกส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากการนั่งคิดในห้องเรียนนะครับ แต่เกิดจากการพยายามแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หรือถ้าจะให้พูดแบบไทยๆ ก็คือ “วัวหายแล้วค่อยล้อมคอก” นั่นเองครับ เรามาเริ่มกันที่การเหวี่ยงครั้งแรกของลูกตุ้มนี้กันเลยดีกว่า กับทฤษฎีที่เคยครอบงำโลกในยุคแห่งจักรวรรดินิยม ลัทธิพานิชยนิยม: ทองคำคือความมั่งคั่ง ในยุคนั้นความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรวัดกันที่ทองคำในคลังหลวง แนวคิดที่เรียกว่า Mercantilism หรือลัทธิพานิชยนิยมก็เลยเป็นกฎเหล็กของทุกชาติ หลักการง่ายๆ ก็คือ ต้องส่งออกให้เยอะที่สุด แล้วก็นำเข้าน้อยที่สุด เพื่อดูดทองคำจากชาติอื่นมาให้ได้มากที่สุด มันคือเกมที่ต้องมีคนแพ้คนชนะ การค้าเสรี: ทุกฝ่าย Win-Win? ถ้าฟังดูคุ้นๆ ก็ไม่แปลกนะครับ เพราะแนวคิดแบบนี้ก็ยังวนเวียนอยู่ในเรื่องสงครามการค้าในปัจจุบัน สงครามการค้าในยุค Mercantilism…
-

ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจโลก: สมรภูมิความคิด 300 ปี ที่กำหนดเงินในกระเป๋าเรา
ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจโลก: สมรภูมิความคิด 300 ปี ที่กำหนดเงินในกระเป๋าเราวันนี้ เคยสงสัยกันไหมว่าทำไมเวลาเราเปิดข่าวเศรษฐกิจ เราถึงได้ยินเรื่องเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา เรื่องหนี้สาธารณะเอย การค้าเสรีเอย หรือทำไมธนาคารกลางถึงมีบทบาทสำคัญขนาดนั้น? จริงๆ แล้วคำตอบของทุกคำถามพวกนี้ซ่อนอยู่ในประวัติศาสตร์ครับ เป็นเรื่องราวการต่อสู้ทางความคิดที่สนุกและเข้มข้นมากๆ ซึ่งวันนี้เราจะมาเจาะลึกไปพร้อมๆ กัน เรื่องพวกนี้ไม่ใช่แค่การเถียงกันเรื่องตัวเลขในห้องประชุมนะครับ แต่มันคือสมรภูมิทางความคิดของจริงเลยที่สู้กันมาเป็นร้อยๆ ปี และก็ยังสู้กันไม่จบจนถึงทุกวันนี้ จากทองคำ สู่มือที่มองไม่เห็น เราจะย้อนเวลาไปดูจุดเปลี่ยนสำคัญในประวัติศาสตร์กัน ไปดูกันว่าวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ๆ มันให้กำเนิดนักคิดและทฤษฎีที่เปลี่ยนโลกไปตลอดกาลได้อย่างไร ลัทธิพาณิชยนิยม ลองจินตนาการย้อนกลับไปในยุคที่ความมั่งคั่งของประเทศไม่ได้วัดกันที่ GDP หรือความเป็นอยู่ของประชาชนนะครับ แต่วัดกันง่ายๆ เลยว่าในคลังของรัฐมีทองคำเก็บอยู่เยอะแค่ไหน นั่นแหละครับคือหัวใจของลัทธิพาณิชยนิยม เป้าหมายมีอย่างเดียวเลยคือทำยังไงก็ได้ให้ทองคำไหลเข้าประเทศเราให้มากที่สุด และไหลออกจากประเทศเราให้น้อยที่สุด ความคิดแบบนี้ยังแฝงตัวอยู่ในนโยบายเศรษฐกิจยุคใหม่อย่างการตั้งกำแพงภาษี การกีดกันทางการค้าที่มองว่าการค้าเนี่ยเป็นเกมที่ต้องมีคนแพ้คนชนะ ถ้าเราขาดดุลการค้าก็คือเราแพ้ ทั้งหมดนี้คือรากความคิดที่มาจากลัทธิพาณิชยนิยม การค้าเสรี: แนวคิดของ Adam Smith และมือที่มองไม่เห็น โลกดำเนินมาแบบนี้หลายร้อยปี จนกระทั่งในปี 1776 ก็มีชายคนนึงชื่อ Adam Smith โผล่ขึ้นมาแล้วบอกว่าเดี๋ยวก่อน ที่ทำกันมาทั้งหมดเนี่ยมันอาจจะผิด เขาบอกว่าความมั่งคั่งของโลกไม่ใช่เค้กที่มีขนาดจำกัดที่ต้องแย่งกันนะครับ แต่เราสามารถทำให้เค้กก้อนนี้มันใหญ่ขึ้นได้เรื่อยๆ และกุญแจสำคัญที่จะทำให้เค้กมันใหญ่ขึ้นได้ก็คือการค้าเสรี แนวคิดที่โด่งดังที่สุดของ…