พิมพ์เขียวสู่ความมั่งคั่ง สร้าง ‘พีระมิดทางการเงิน’ แกร่งตั้งแต่ฐานรากถึงยอด (ครบจบในที่เดียว)
เคยรู้สึกกังวลเรื่องเงินกันไหมครับ? หลายคนน่าจะเคย ปัญหานี้มีทางออกครับ วันนี้เราจะมาแกะพิมพ์เขียวสู่ความมั่งคั่งที่ยั่งยืนด้วยโครงสร้างที่พิสูจน์มาแล้วว่าใช้ได้ผลจริงและเข้าใจง่าย นั่นก็คือ ‘พีระมิดทางการเงิน’ ที่จะช่วยให้เราสร้างความมั่นคงและความสบายใจทางการเงินได้อย่างเป็นระบบ วันนี้เราจะมาสร้างพีระมิดนี้ไปพร้อมๆ กันเลยทีละชั้นๆ เริ่มจากฐานรากที่แข็งแกร่ง ไปที่เกราะป้องกัน จากนั้นก็สร้างการเติบโต แล้วปิดท้ายด้วยการส่งต่อความมั่งคั่งที่เราสร้างมาครับ
ฐานรากการจัดการเงิน
มาเริ่มกันที่ส่วนแรก ฐานรากการจัดการเงิน หรือก็คือการบริหารกระแสเงินสดให้เก่งนั่นเองครับ ชั้นนี้สำคัญที่สุด เพราะถ้าฐานไม่แน่น พีระมิดทั้งอันก็อาจจะพังลงมาได้ง่ายๆ การจะสร้างฐานให้มั่นคงได้ ต้องมี 3 เสาหลัก
การทำงบประมาณ (50:30:20)
เสาหลักแรกคือการทำงบประมาณ เพื่อให้เรารู้ว่าเงินเข้าออกทางไหนบ้าง
เงินสำรองฉุกเฉิน
เสาหลักที่สองคือเงินสำรองฉุกเฉิน เอาไว้รับมือกับเรื่องที่เราไม่คาดคิด
การจัดการหนี้สิน
เสาหลักสุดท้ายคือการจัดการหนี้สิน โดยเฉพาะหนี้ดอกเบี้ยสูงๆ ต้องรีบจัดการออกไปก่อน มีเทคนิคง่ายๆ สำหรับการเริ่มต้นจัดงบประมาณคือการใช้กฎ 50:30:20
- 50% สำหรับรายจ่ายที่จำเป็นจริงๆ
- 30% สำหรับสิ่งที่อยากได้
- 20% สำหรับการออมและการลงทุน
เกราะป้องกัน
เมื่อเราจัดการกระแสเงินสดได้แล้ว ขั้นต่อไปคือการสร้างเกราะป้องกันให้กับทรัพย์สินและรายได้ของเราจากความไม่แน่นอนของชีวิต
ประกันชีวิต (Term life, Unit link)
หนึ่งในเครื่องมือสำคัญของเกราะป้องกันนี้ก็คือประกันชีวิต ซึ่งหลักๆ จะมี 2 แบบ แบบแรกคือ Term life หรือแบบชั่วระยะเวลา เน้นคุ้มครองล้วนๆ เบี้ยจะถูกกว่า ส่วนอีกแบบคือ Unit link จะเป็นการคุ้มครองชีวิตที่พ่วงไปกับการออมหรือการลงทุนด้วย
ครอบคลุมความเสี่ยงหลักๆของชีวิต
เพื่อให้เกราะป้องกันของเราสมบูรณ์แบบที่สุด ต้องแน่ใจว่าเราได้ครอบคลุมความเสี่ยงหลักๆ ของชีวิตไว้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพ รายได้ของเราเอง ความมั่นคงของครอบครัว หรือแม้แต่ภาระหนี้สินต่างๆ เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันมาทำลายแผนการที่เราวางไว้อย่างดี
เครื่องมือสร้างการเติบโต
มาถึงส่วนที่ 3 เครื่องมือสร้างการเติบโต หรือก็คือการสร้างความมั่งคั่งนั่นเอง ช่วงนี้แหละครับน่าจะสนุกที่สุด ก็คือการทำให้เงินที่เราหามาได้เริ่มทำงานให้เราบ้าง สร้างผลตอบแทนกลับมาให้เรา
การกระจายความเสี่ยง (Diversification)
หัวใจสำคัญของการลงทุนเพื่อสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนคือการกระจายความเสี่ยง หรือ Diversification พูดง่ายๆ คือการแบ่งเงินลงทุนของเราไปในสินทรัพย์หลายๆ ประเภท หลายๆ ที่ เพื่อไม่ให้พอร์ตการลงทุนโดยรวมของเราผันผวนมากจนเกินไป หรือเหมือนสุภาษิตที่ว่า “อย่าใส่ไข่ทุกฟองไว้ในตะกร้าใบเดียว”
สินทรัพย์หลากหลายประเภท
การลงทุนก็เหมือนกันเลย นี่คือตัวอย่างเครื่องมือการลงทุนที่คนนิยมใช้กัน จะเห็นเลยว่าความเสี่ยงกับผลตอบแทนมักจะมาคู่กันเสมอ อย่างตราสารหนี้ความเสี่ยงต่ำ ผลตอบแทนก็จะต่ำหน่อย ส่วนหุ้นความเสี่ยงสูง โอกาสได้ผลตอบแทนสูงก็มีมากกว่า ดังนั้นการเลือกให้เหมาะกับระดับความเสี่ยงที่เราเองยอมรับได้เป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ
การส่งต่อมรดก
มาถึงยอดบนสุดของพีระมิดแล้ว ส่วนที่ 4 การส่งต่อมรดก หรือ Legacy นี่คือเป้าหมายสูงสุดของการสร้างความมั่งคั่งเลยก็ว่าได้ คือการทำให้แน่ใจว่าสิ่งที่เราสร้างมาทั้งชีวิตจะถูกส่งต่อไปยังคนรุ่นหลังอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพที่สุด
เขียนพินัยกรรม
การจะส่งต่อมรดกให้ราบรื่น มี 3 ขั้นตอนสำคัญ อย่างแรกคือการเขียนพินัยกรรม เพื่อระบุความต้องการของเราให้ชัดเจน
อัปเดตผู้รับผลประโยชน์
ขั้นตอนที่สองคือการหมั่นอัปเดตรายชื่อผู้รับผลประโยชน์ในกรมธรรม์ต่างๆ หรือกองทุนให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ
วางแผนภาษีมรดก
ขั้นตอนสุดท้ายคือการวางแผนภาษีมรดกไว้ล่วงหน้า เพื่อลดภาระให้กับคนข้างหลัง
ประกันชีวิตกับการยกเว้นภาษีมรดก
มีประเด็นสำคัญอยู่อย่างหนึ่งคือ ในประเทศไทย มรดกที่มีมูลค่าเกิน 100 ล้านบาทขึ้นไปอาจจะต้องเสียภาษี แต่มีเคล็ดลับคือ เงินสินไหมที่ได้จากประกันชีวิตได้รับการยกเว้นภาษีมรดก ทำให้เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ทรงพลังในการส่งต่อความมั่งคั่งโดยไม่ต้องเสียภาษี
และทั้งหมดนี้ก็คือภาพรวมของพิมพ์เขียวสู่ความมั่งคั่ง สร้าง ‘พีระมิดทางการเงิน’ ซึ่งเปรียบเสมือนแผนที่นำทางเราจากความเครียดเรื่องเงินไปสู่ความสงบสุขทางการเงินอย่างแท้จริง เป็นโครงสร้างที่ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้กับตัวเองได้
ปรึกษาการเงินฟรีกับผู้เชี่ยวชาญ คลิกเพื่อแอดไลน์
👉 คลิกที่นี่เพื่อแอดไลน์
แอดไลน์เพื่อรับสูตรการเงินดี ๆ ก่อนใคร 👇

Leave a Reply